The Completion of Madoka Magica : Chapter 1

posted on 31 Jul 2011 12:38 by timebox

หลังจากการแถลงข่าวไม่นานนัก ข้อมูลต่างๆ ของเรื่องก็ถูกเปิดเผยขึ้นทีละนิดทีละหน่อย...

โปรเจคนี้ถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า Puella Magi Madoka Magica (Mahou Shoujo Madoka Magica) หรือก็คือสาวน้อยเวทย์มนต์ มาโดกะ มากิกะ ตามชื่อของตัวละครเอกของเรื่องนั่นเอง

 

“มันจะเป็นอนิเมที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจ”

 

ชินโบได้ให้concept คร่าวๆ ของเรื่องเอาไว้แบบนี้

 

หน้าตาตัวละครต่างๆ พร้อมกับข้อมูลและเสียงของ C.V. (นักพากย์) ปรากฏขึ้นเป็นTrailerสั้นๆ ซึ่งเมื่อดูจากสีสันอันสดใสที่ถูกใช้ในTrailer ชุดนี้แล้ว แฟนๆ ที่ติดตามข่าวคราวอยู่ก็คงคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นอนิเมที่สดใสและอบอุ่นอย่างที่ชินโบว่าไว้จริงๆ ก็ได้

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวแปรสำคัญอยู่ที่คนเขียนบทต่างหาก... บรรดาแฟนๆ บางส่วนก็ยังคงไม่มั่นใจว่า งานเขียนบทของอุโรบุจิ จะออกมาอบอุ่นหัวใจอย่างที่ชินโบประกาศกร้าวเอาไว้

 

นักเขียนบทผู้ชั่วร้ายอย่างเขาจะยอมเปลี่ยนแนวงานเขียนบทของตัวเองอย่างนั้นหรือ?

 

คนที่เล่นเกม To heart แล้วได้แรงบันดาลใจไปเขียนเป็นเรื่องราวความรักสุดบิดเบี้ยว อย่าง Saya no Uta จะยังมีที่ว่างให้กับเรื่องราวอันอบอุ่นหัวใจได้อีกหรือ?

 

นี่คือปริศนาอันดำมืดที่ทีมงานได้ทิ้งไว้ให้คนดูได้ขบคิดกันตั้งแต่อนิเมยังไม่ทันฉาย ทำให้ผู้คนต่างให้ความสนใจและรอคอยวันฉายอย่างใจจดใจจ่อ

 

และในคืนวันที่7 มกราคม ปี2554 สาวน้อยเวทย์มนต์ มาโดกะ ก็ได้ฤกษ์ฉายเป็นครั้งแรกท่ามกลางผู้คนนับล้านทั่วโลก ที่คอยจับตาดูความเป็นไปของอนิเมเรื่องนี้...

 

 

As If We Met in a Dream…

夢の中で逢った、ような… 

 

อนิเมได้เผยถึงเรื่องราวของคานาเมะ มาโดกะ เด็กสาวมัธยมต้นอายุ14ปี ธรรมดาๆ ที่พบได้ทั่วไปในโลก เธอกำลังเดินอยู่ในโลกแห่งความฝันที่แสนแปลกประหลาด เบื้องหน้าของเธอคือภาพของเมืองที่พังทลายท่ามกลางท้องฟ้าสีดำมืด ที่นั่นมีผู้หญิงผมสีดำสลวย อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ กำลังต่อสู้กับสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ด้วยพลังวิเศษเหนือธรรมชาติ

 

 

มาโดกะตื่นขึ้นมาในยามเช้าราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน โลกที่เธอคุ้นเคยก็หวนกลับมาอีกครั้งเหมือนกับทุกวัน พบหน้าและทานข้าวเช้าพร้อมกับครอบครัว ไปโรงเรียนกับเพื่อนๆ และใช้ชีวิตอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ จนกระทั่งการย้ายมาของนักเรียนใหม่ อาเคมิ โฮมุระ ผู้หญิงคนเดียวกับที่เคยพบเจอในความฝัน

 

โฮมุระ เป็นเด็กผู้หญิงที่Look Cool อยู่ตลอดเวลา ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น ชนิดที่ใครเห็นก็อดทึ่งไม่ได้ แต่ที่สำคัญเธอคนนี้ให้ความสนใจกับมาโดกะเป็นพิเศษ

 

 

“คานาเมะ มาโดกะ... เธอพอใจกับชีวิตของตัวเองในตอนนี้หรือเปล่า”

 

“จงเป็นคานาเมะ มาโดกะ คนเดิม อย่างที่เคยเป็นในตอนนี้ และต่อจากนี้ไป”

 

บทสนทนาแปลกประหลาดที่แฝงด้วยนัยยะของโฮมุระ ทำให้เกิดปริศนากับคนดูมากยิ่งขึ้น ว่าอาเคมิ โฮมุระ แท้จริงแล้วคือใคร และมีจุดประสงค์อะไรกันแน่

 

ในเย็นวันนั้นเอง มาโดกะก็ได้ยินเสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือของใครบางคน เสียงที่ดังอยู่ในหัว ที่มีเพียงตัวเธอเท่านั้นที่ได้ยิน เสียงนั้นพาเธอมาจนถึงเขตหวงห้ามของห้างสรรพสินค้า มาโดกะก็ได้พบกับต้นตอของเสียง มันอาจจะดูคล้ายแมวหรือกระต่ายสีขาว แต่ก็ประหลาดเกินกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ และที่สำคัญมันกำลังถูกตามล่าเอาชีวิตจากอาเคมิ โฮมุระ

 

แต่มิกิ ซายากะ เพื่อนร่วมชั้นของมาโดกะก็เข้ามาขัดขวางได้ทัน ทั้งคู่จึงสามารถช่วยเจ้าสัตว์ประหลาดและสลัดหลุดจากการตามล่าของโฮมุระมาได้ แต่ก็กลับต้องพลัดหลงเข้ามาในมิติพิศวง ที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดกับบรรยากาศอันน่าสะอิดสะเอียนแทน และผู้ที่ปรากฏตัวช่วยเหลือทั้งสองคนไว้ได้ก็คือ โทโมเอะ มามิ ผู้อ้างตนว่าเป็นสาวน้อยเวทย์มนต์ เธอสำแดงอิทธิฤทธิ์แห่งพลังวิเศษ จากนั้นก็กำจัดเหล่าสัตว์ประหลาดจนราบเป็นหน้ากลอง

 

เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ คิวเบย์ซึ่งเป็นคู่หูของมามิ จึงยื่นข้อเสนอที่แปลกประหลาดและเย้ายวนใจให้กับทั้งคู่

 

 

“มาทำพันธะสัญญากับผม เพื่อกลายเป็นสาวน้อยเวทย์มนต์เถอะครับ”


 

บทวิเคราะห์

 

แค่เปิดเรื่องมาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นShaftได้ตั้งแต่สไตล์ของฉาก สไตล์การตัดภาพ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งของคนที่จับจ้องอนิเมเรื่องนี้ อยู่ที่บทของอุโรบุจิ ว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร กับการ์ตูนสาวน้อยเวทย์มนต์ที่มีธีมหลักคือความอบอุ่นหัวใจ

 

 

ภาพของมาโดกะที่ไปโรงเรียนกับเพื่อนๆ มีชีวิตSchool Life ตามแบบฉบับของเด็กสาววัยกำลังโตนั้น ค่อนข้างรีเซมเบิ้ลกับภาพลักษณ์ของHidamari Sketch ทำให้คนดูคิดว่าอนิเมเรื่องนี้คงดำเนินไปในทิศทางที่สดใสอบอุ่น “ผิดคาด”

 

จนกระทั่งการเปิดตัวครั้งแรกของมิติแม่มดที่เกคิดัน อินุคาเระ เป็นผู้รังสรรค์ฉากอันบิดเบี้ยว ซึ่งเป็นงานอาร์ตที่ชวนแหวะและน่ากลัวได้อย่างน่าประหลาด ขัดกับบรรยากาศก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง...

 

ในระหว่างที่มาโดกะกับซายากะที่ไร้พลัง ตกอยู่ในวงล้อมของพริงเกิ้ลส์คุง คนที่ปรากฏขึ้นมาช่วยก็คือสาวน้อยเวทย์มนต์คนแรกของเรื่อง โทโมเอะ มามินั่นเอง

 

ผู้กำกับจงใจยัดเยียดบทบาทของฮีโร่สาวให้กับมามิไปเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่ฉากแปลงร่างอันสุดหรู เพลงประกอบเฉพาะคาแรคเตอร์ และการเปิดตัวพลังของมามิด้วยท่าโจมตีFinish Moveสุดอลังการที่คนดูต้องตื่นตาตื่นใจ ราวกับจะโชว์ให้เห็นว่าจากนี้ต่อไป การ์ตูนของข้าจะบู้ใส่กันด้วยพลังระดับนี้นี่แหละ!

 

 

มามิ ที่กระทืบเหล่าพริงเกิ้ลส์จนสลายไปอย่างง่ายดายนั้นได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นตั้งแต่ตอนแรก จนเกิดแฟนอาร์ตและแฟนอวยขึ้นอย่างมากมายในทันทีที่ฉายจบ

 

โฮมุระเป็นอีกหนึ่งในตัวละครที่เป็นไปด้วยปริศนา เริ่มตั้งแต่เปิดตัวอย่างลึกลับ ใช้คำพูดแปลกๆ สื่อสารกับมาโดกะ แถมยังเปิดตัวด้วยฉากความฝันที่ทำให้แฟนๆ สันนิษฐานไปต่างๆ นาๆ ว่า บางทีมาโดกะกับโฮมุระอาจจะเคยรู้จักกันมาก่อน ไม่ในโลกมิติหนึ่งก็คงเป็นอีกไทม์ไลน์หนึ่ง ตามสมัยนิยมของพล็อตโลกคู่ขนาน แถมสุดท้ายก็ยังทำตัวเหมือนจะเป็นศัตรูกับมามิอีกต่างหาก

 

คิวเบย์ปรากฏตัวในฐานะของสัตว์มาสคอตสาวน้อยเวทย์มนต์ มรดกทางความคิดอันเป็นพื้นฐานของการ์ตูนสาวน้อยเวทย์มนต์ทุกเรื่องพึงมี แต่สำหรับเรื่องนี้ คิวเบย์เปิดตัวด้วยการถูกตามไล่ฆ่าตั้งแต่แรก? คนดูก็ได้แต่ตั้งข้อสงสัยว่า มันไปทำอะไรถึงโดนตามล่าอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนั้น?? นับเป็นอีกหนึ่งปริศนาที่คนดูไม่ยอมที่จะมองข้ามไป แถมยังมีบางคนคิดไปไกลถึงขั้นว่าคิวเบย์อาจจะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เรื่องราวอันสดใส กลายเป็นอนิเมละเลงเลือดก็เป็นได้???

 

 

 

เพลงก็นับเป็นส่วนสำคัญที่คอยดึงอารมณ์คนดูให้อยู่ในภวังค์ ซึ่งเพลงเปิดตัวตอนฉากเริ่มเรื่องนั้นคือเพลงMagia ขับร้องโดยKalafina ที่สร้างอารมณ์และมนต์ขลังของอำนาจมืด ชวนให้คนดูรู้สึกได้ถึงพลังของอนิเมเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม

 

 

“Magia นั้นแปลว่า Magic หรือเวทย์มนต์ แต่ธีมหลักของการทำเพลงนี้คือ พลังแห่งความเชื่อมั่นในใครสักคน เชื่อว่าเวทย์มนต์จะทำให้เกิดปาฏิหาริย์ และพลังนั้นจะทำให้ความปรารถนาสัมฤทธิ์ผล”  

 

Kalafinaได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเมกามิ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2011 เอาไว้เช่นนั้น

 

หลังจากMagia ก็ต่อด้วยเพลงOpหลังของเรื่อง คือเพลงConnect ขับร้องโดยClariS ซึ่งทำหน้าที่ดึงอารมณ์คนดูให้กลับมาสดใสอีกครั้ง มันเป็นเพลงที่ฟังครั้งแรก ก็ติดหู และฟังไม่กี่ครั้งก็สามารถร้องตามได้ทันที

 

 

“ธีมหลักของเพลงนั้นพูดถึงการผจญภัย ความกล้า ความผูกพัน และความฝัน”

 

ClariS ได้ให้สัมภาษณ์ในนิตยสารเล่มเดียวกัน อนึ่ง... ทั้งคุราระและอลิซ ต่างก็ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าของเธอกับสื่อไหนๆ มาก่อนเลย เป็นความลึกลับที่มีมนต์ขลังราวกับสาวน้อยเวทย์มนต์ในเรื่องนี้

 

เพียงแค่เปิดตัวตอนแรก ก็นับว่าสาวน้อยเวทย์มนต์มาโดกะนั้นประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในการผูกมัดใจคนดู ด้วยปริศนาบางอย่างที่เร่งเร้าให้ตอนต่อไปฉายเร็วๆ

 

และสำหรับคนที่คาดหวังกับงานกำกับของชินโบและงานเขียนบทของอุโรบุจินั้น ก็ไม่ผิดหวังกับการนำเสนอในตอนแรกของเรื่อง เพียงแต่ว่า... คนดูก็ยังรู้สึกว่ายังมีบางสิ่งที่ชินโบและอุโรบุจิปิดบังเอาไว้อยู่ แต่จะเป็นอะไรนั้นคงต้องติดตามตอนต่อไป...
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet