มนุษย์เรา มีรสนิยมในการเสพย์งานศิลป์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล สำหรับบางคนนั้นอาจจะชอบงานศิลป์ที่มองเห็นได้ด้วยตา บางคนก็อาจจะนิยมงานศิลป์ที่สัมผัสได้จากเสียง, รูปลักษณ์, หรือรสสัมผัส

งานวรรณกรรม ก็เป็นงานศิลป์ประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการตกผลึกทางความคิดของผู้สร้างผลงาน โดยการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการลงไปในตัวหนังสือ ซึ่งความรู้สึกเหล่านั้นจะสามารถถ่ายทอดให้กับผู้อื่นได้รับรู้โดยการอ่าน

แต่ใครจะรู้ว่าบางที บนโลกใบนี้ก็อาจจะมีคนที่เสพย์งานวรรณกรรมผ่านทางกรรมวิธีการอื่นนอกเหนือจากการอ่านก็เป็นได้

 

"สาวน้อยวรรณกรรม"

 

Bungaku Shoujo หรือสาวน้อยวรรณกรรม เป็นไลท์โนเวลที่มีชื่อเสียง ผลงานเขียนของMizuki Nomura โดยมีทั้งหมด 15 เล่มจบบริบูรณ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นนิยายแล้ว ยังมีการออกเป็นฉบับหนังสือการ์ตูนซีรี่ย์ ลงในนิตยสาร Gangan Powered และหลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ถูกสร้างเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นความยาว103นาที ฉายบนโรงภาพยนตร์ทั่วญี่ปุ่น ในช่วงต้นปี2010

Bungaku Shoujo เป็นเรื่องราวของการพานพบของ “อิโนะอุเอะ โคโนฮะ” เด็กหนุ่มมัธยมปลายปีหนึ่ง ที่บังเอิญได้พบกับ “อามาโนะ โทโกะ” สาวน้อยมัธยมปลายปีสองที่กำลังฉีกหน้าหนังสือมากินอย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อโทโกะพบว่าโคโนฮะได้ล่วงรู้รสนิยมลับเรื่องที่ชอบกินหนังสือของเธอ ก็บังคับให้โคโนฮะมาเข้าชมรมวรรณกรรมที่เธอเป็นผู้ก่อตั้ง และมีสมาชิกเพียงแค่คนเดียว เรื่องราวทั้งหมดต่อจากนี้ไปจึงเกิดขึ้น ณ ใต้ต้นแมกโนเลียในวันนั้น

 


ตัวละครหลัก

 

อามาโนะ โทโกะ

สาวน้อยผมเปียแห่งชมรมวรรณกรรมที่มีสมาชิกเพียงแค่คนเดียว ในห้องรกๆ แคบๆ ที่เต็มไปด้วยกองหนังสือจำนวนมาก เธอมีรสนิยมในการเสพย์งานวรรณกรรมที่แตกต่างจากคนทั่วไป นั่นคือนอกจากอ่านแล้ว เธอยังเลือกที่จะกินมันเข้าไป เพื่อให้รับรู้ได้ถึงรสชาติและความรู้สึกที่นิยายเรื่องนั้นๆ ต้องการสื่อออกมา โดยการกินของเธอนั้นไม่ต่างอะไรกับการกินอาหาร ซึ่งรสชาติของนิยายนั้นแต่ละเรื่องนั้น ก็มีรสชาติแตกต่างกันไปตามที่โทโกะสัมผัสได้จากการกิน

ชีวิตประจำวันของโทโกะ คือการนั่งอ่านหนังสืออยู่ในมุมห้อง อิ่มเอมกับหนังสือดีๆ ซักเรื่องพร้อมลิ้มรสชาติของงานวรรณกรรมต่างๆ เป็นดั่งอาหารเมนคอร์ส และในขณะเดียวกันก็เฝ้ารอของว่าง ซึ่งเป็นต้นฉบับนิยายที่เกิดจากการกำหนดหัวข้อในการเขียนแบบง่ายๆ ของโทโกะ โดยมีเวลาให้โคโนฮะได้เขียนเป็นนิยายออกมา เรื่องละ15นาทีต่อวัน ถือเป็นกิจกรรมชมรมอย่างหนึ่งที่เธอให้โคโนฮะทำเป็นการบ้าน

รสชาติของ “ของหวาน” ที่ออกมาจากมือโคโนฮะนั้น ก็ล้วนแล้วแต่แตกต่างกันไป นั่นคือสิ่งที่โทโกะรู้สึกมีความสุข และเฝ้ารอของหวานจากรุ่นน้องของเธออยู่ทุกวัน

 

อิโนะอุเอะ โคโนฮะ

ชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ในการเขียนนิยาย และเคยเขียนนิยายส่งประกวดเมื่อตอนอายุ14 โดยใช้นามปากกาว่าอิโนะอุเอะ มิอุ ซึ่งได้รางวัลชนะเลิศและถูกตีพิมพ์ออกมา แต่นั่นทำให้โคโนฮะต้องพบเจอกับปัญหาใหญ่และปมบางอย่างที่เกาะกุมทำร้ายจิตใจของเขา ซึ่งทำให้โคโนฮะตัดสินใจที่จะเลิกเขียนนิยายอย่างเด็ดขาด และตลอดไป

ดังนั้นโทโกะจึงพยายามทุกวิถีทางที่ทำให้โคโนฮะกลับมาเขียนนิยายอีกครั้ง ในฐานะของประธานชมรม, ฐานะของรุ่นพี่ม และฐานะของผู้ที่หลงรักในงานเขียนของโคโนฮะ

 

เรื่องราวเบื้องต้นของ Bungaku Shoujo ก็มีเพียงเท่านี้...

 

ต่อจากนี้ไปจะเข้าสู่ส่วนของบทความซึ่งจะเป็นการSpoilเนื้อเรื่อง และปมของเรื่องทั้งหมด หากคุณได้อ่านเรื่องราวย่นย่อจากด้านบนแล้วรู้สึกสนใจ และคิดว่าควรค่าแก่การหามาดู ขอแนะนำให้คุณลืมบทความนี้ไปซะ แล้วดูให้จบเสียก่อน


 

สามนางเอก กับบทบาทที่แตกต่าง

อ่านไม่ผิด ถ้าจะบอกว่าเรื่องนี้มีนางเอกถึงสามคนที่แชร์บทบาทกันได้อย่างเท่าเทียม และแน่นอนว่านางเอกทั้งสามคนต่างก็มีมุมมองความประทับใจในตัวของโคโนฮะที่แตกต่างกันไป

 

โคโตบุกิ นานาเสะ

เด็กผู้หญิงที่มีท่าทีไม่เป็นมิตรกับโคโนฮะ และคอยพูดกับคนอื่นอยู่เสมอว่าเกลียดโคโนฮะ ทั้งที่ความจริงแล้วเธอตกหลุมรักรอยยิ้มของโคโนฮะตั้งแต่แรกพบ

นานาเสะเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาดี และเป็นที่นิยมของชายหนุ่มที่ได้พบเห็น แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกยินดีเท่าไหร่ เพราะความจริงแล้วนานาเสะค่อนข้างเป็นคนขี้อาย

ในวันหนึ่ง ขณะที่เดินไปโรงเรียนยามเช้า นานาเสะก็พบว่ากระโปรงของตัวเองขาด และโคโนฮะก็บังเอิญมาพบกันเธอพอดี เขามอบเข็มกลัดของตัวเองให้กับนานาเสะ พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้เธอตัดสินใจที่จะทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น

แต่ด้วยความที่ปากไม่ตรงกับใจ ต่อหน้าโคโนฮะแล้ว นานาเสะไม่เคยสามารถกลั่นกรองคำพูดจากใจที่อยากพูดออกมาได้เลยสักครั้ง จึงได้แต่พูดจาร้ายๆ กับโคโนฮะอยู่เป็นประจำ

นานาเสะอยากจะแสดงความรู้สึกของตัวเองให้ชัดเจนกว่านี้ เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะบอกความรู้สึกให้กับโคโนฮะได้รับรู้ แต่ก็ล้มเหลวอยู่ร่ำไป กระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ แม้ว่าเธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า สายตาของโคโนฮะนั้นไม่ได้มองมาที่เธอแค่เพียงคนเดียว

โคโตบุกิ นานาเสะเป็นตัวละครประเภทที่แสดงความรู้สึกของรักวัยรุ่นออกมาได้เด่นชัดที่สุดในเรื่อง เธอมีความพยายามที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อให้โคโนฮะหันมามองเธอในฐานะที่มากกว่าเพื่อน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองคงไม่สามารถแทรกพื้นที่ในใจของโคโนฮะจากคนอื่นได้ แต่ก็อยากที่จะแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา อยากซื่อสัตย์กับตัวเอง และพยายามทำแบบนั้นมาตลอดสองปีที่ได้รู้จักกับโคโนฮะ

เมื่อเทียบกับนางเอกคนอื่นแล้ว นานาเสะอาจจะเป็นคนที่โคโนฮะมีใจให้น้อยที่สุด แต่ความพยายามของเธอนั้นก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความประทับใจ ของชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อให้ผู้ชายที่ตัวเองรักได้หันมามองเธอบ้างซักนิดก็ยังดี

 

“ถ้าไม่อยากเขียนก็อย่าฝืนเลย”

เป็นคำที่นานาเสะพูดกับโคโนฮะและรั้งตัวเขาไว้ ในขณะที่เขากำลังจะวิ่งตามรุ่นพี่โทโกะที่กำลังจะจากไป นี่เป็นสิ่งที่นานาเสะอยากจะบอกให้โคโนฮะได้รับรู้มาตลอดสองปี แน่นอนว่าโคโนฮะไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่านานาเสะคิดยังไงกับเขา แต่โคโนฮะก็ยิ้มและตอบกลับว่า

“ผมจะเขียน”

เป็นคำปฏิเสธความรักของนานาเสะที่สุภาพ เรียบง่าย และเปี่ยมไปด้วยความหมาย พร้อมกับน้ำตาของลูกผู้หญิงที่ไหลออกมา


 

อาซากุระ มิอุ

วัยเด็กของมิอุนั้น ตั้งแต่จำความได้ พ่อและแม่ของเธอก็มักจะทะเลาะกันเป็นประจำ ชีวิตส่วนใหญ่ของมิอุจึงอยู่แต่ในห้องนอนสี่เหลี่ยม โดยมีหนังสือนิยายต่างๆ เป็นเพื่อนยามเหงา หนังสือเหล่านั้นคอยเปิดจินตนาการของเธอให้งดงาม สร้างสรรค์และกว้างไกลกว่าเด็กวัยเดียวกัน

แต่จินตนาการที่สร้างสรรค์นั้น เมื่อมันถูกนำมาเล่าให้คนอื่นฟัง ในสายตาของเพื่อนๆ มิอุกลับกลายเป็นเด็กขี้โกหกที่เพื่อนๆ ไม่อยากคบหาด้วย และนั่นยิ่งทำให้เธอปิดกั้นตัวเองมากยิ่งขึ้น วันหนึ่ง... ในขณะที่มิอุได้พร่ำเพ้อจินตนาการของเธออยู่คนเดียวริมหน้าต่างห้องเรียนนั้น โคโนฮะที่อยู่ด้วยกันในห้องกลับให้ความสนใจเรื่องที่เธอสร้างขึ้นมา

ทั้งสองคนจึงเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ มิอุ พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะคิดเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้โคโนฮะฟังทุกวัน เพราะโคโนฮะเป็นเพียงคนเดียวในโลกที่ยอมรับฟังจินตนาการของเธออย่างหมดใจ

แต่ว่ามิอุก็รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่โคโนฮะให้ความสนใจกับสิ่งอื่นนอกเหนือจากเธอ และเพื่อให้โคโนฮะสนใจแต่เพียงเธอ มิอุจึงเริ่มทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่โคโนฮะให้ความสำคัญ ทุกสิ่งที่หวังจะมาเข้าใกล้โคโนฮะและแย่งความสำคัญนั้นไปจากเธอ

ด้วยจิตใจที่ขุ่นมัวและรู้สึกผิดนั้น ทำให้มิอุไม่สามารถจินตนาการถึงความสุขได้อีกต่อไป เธอไม่สามารถคิดเรื่องราวใหม่ๆ ให้กับโคโนฮะได้ แต่เมื่อนึกถึงความคาดหวังที่โคโนฮะมีต่อเธอแล้ว จึงเหลือเพียงแค่ทางสุดท้าย นั่นคือการลอกเอาเนื้อเรื่องนิยายของคนอื่นมาเล่าให้โคโนฮะฟังโดยสมอ้างว่าเธอเป็นคนแต่งขึ้นมาเอง

 

แตกเป็นเสี่ยง

เรื่องราวได้ดำเนินไปถึงจุดแตกหักอย่างช้าๆ เมื่อทั้งสองคนเติบโตขึ้น มิอุก็เปรยขึ้นมาว่าอยากจะเป็นนักเขียนนิยายที่จะสร้างความสุขให้กับคนอ่าน ประจวบเหมาะกับมีการประกวดงานเขียน โคโนฮะเชื่อมั่นว่าหากเป็นเรื่องที่มิอุแต่งขึ้นแล้วละก็จะต้องชนะได้ที่หนึ่งอย่างแน่นอน

เป็นอีกครั้งที่ความคาดหวังของโคโนฮะได้ย้อนกลับมาทำร้ายมิอุเอง เมื่อเธอให้สัญญาว่าจะลงประกวดและจะชนะให้ได้ ทั้งที่มิอุนั้นไม่สามารถที่จะเขียนอะไรที่ออกมาจากจินตนาการตัวเองได้อีกแล้ว วันและคืนล่วงเลยไป กระดาษเขียนนิยายของเธอก็มีเพียงหน้าเปล่าๆ ที่ไม่มีตัวอักษรใดๆ อยู่บนนั้น สุดท้ายมิอุจึงตัดสินใจส่งไปเพียงกระดาษเปล่า เธอคิดว่าเมื่อผลการประกวดออกมา มิอุก็เพียงแค่ยิ้มเศร้าๆ ให้กับโคโนฮะ และทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

มันควรจะเป็นเช่นนั้น หากอิโนะอุเอะ มิอุ อายุ14ปี ไม่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวด...

 

อิโนะอุเอะ มิอุ คือนามปากกาของ โคโนฮะ ที่ใช้ชื่อและนามสกุลของเขากับมิอุผสมผสานกัน โคโนฮะแอบส่งนิยายที่เขาเขียนเองไปร่วมประกวดด้วย เพื่อความคาดหวังเดียวคืออยากให้มิอุดีใจ หากชิ่อของเขาและเธอได้ปรากฏอยู่บนหนังสือและได้รับการตีพิมพ์ เป็นสิ่งเดียวที่โคโนฮะซึ่งหลงรักมิอุมาตลอดจะทำให้เธอได้

แต่สถานการณ์กลับตรงกันข้าม มิอุรู้สึกช็อคที่โคโนฮะได้รางวัล ทั้งอิจฉาและเสียใจ ทั้งกังวลว่าสุดท้ายตัวตนของเธอและเรื่องเล่าของเธอนั้นจะเลือนรางไปจากใจของโคโนฮะ เมื่อเป็นเช่นนั้น ทางสุดท้ายที่เธอจะทำ นั่นก็คือทำอะไรซักอย่างที่ทำให้โคโนฮะจดจำเรื่องราวของเธอเอาไว้ในใจได้ตลอดไปโดยไม่มีวันลืม

และในวันนั้นเอง มิอุก็ได้กระโดดลงมาจากดาดฟ้าตึกเรียนต่อหน้าโคโนฮะ เธอได้รับบาดเจ็บสาหัส และหายไปจากชีวิตของโคโนฮะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยทิ้งแผลในใจที่ไม่มีวันลบเลือนไปได้ให้กับโคโนฮะ ราวกับจะเป็นตราบาปของเขาไปตลอดชีวิต

คำอธิษฐานของคัมพาเนลล่า

อาซากุระ มิอุ เป็นตัวละครที่ขาดความรักและความอบอุ่น เมื่อไม่มีใครเติมเต็มสิ่งนี้ให้เธอได้ เธอจึงต้องพยายามหาเอาเอง จนได้มาเจอกับโคโนฮะ และนั่นก็ยิ่งทำให้มิอุที่โหยหาความรักมาตลอดนั้นไม่ยอมปล่อยโคโนฮะให้กับใครก็ตามที่คิดจะมาแย่งของๆ เธอไป

เช่นเดียวกับนักเขียนนิยาย ที่ต้องแบกรับความกดดันจากความคาดหวังของผู้อ่านอยู่ตลอดเวลา เมื่อน้ำหนักที่แบกรับอยู่นั้นมากจนเกินรับไหว ทุกอย่างจึงพังทลายลง เหมือนกับที่มิอุต้องแบกรับความคาดหวังของโคโนฮะ โดยเธอคิดว่านั่นคือหน้าที่

ความเสียใจและความเคียดแค้นของมิอุ ที่โคโนฮะทำเหมือนกับหักหลังเธอด้วยการเขียนนิยายแล้วได้รางวัลนั้น บดบังจนมิอุไม่อาจมองเห็นความปรารถนาดีและความรักที่โคโนฮะมอบให้เธอได้เลย

โคโนฮะหลงรักมิอุมาตลอดตั้งแต่เด็ก แม้ว่าเขาจะไม่เคยเอ่ยปากบอกก็ตาม แต่ก็ได้ถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีลงไปในนิยายเล่มนั้น และทำให้มิอุที่ไม่เคยได้สัมผัสถึงความรักนั้นได้รู้และเข้าใจในตัวของโคโนฮะมากยิ่งขึ้น

มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ต้องเดินหน้ามีชีวิตต่อไป แม้ว่าในบางครั้งเส้นทางของชีวิตอาจพบพานทั้งความสุขและความทุกข์ อาจจะเจอเรื่องราวที่ไม่สมหวังบ้างก็ตาม แต่กระนั้นทุกคนก็ยังมีชีวิตอยู่ สุดท้ายแล้ว มิอุเองก็ต้องการเวลาที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และลุกยืนด้วยขาของตนเอง พร้อมกับปล่อยโคโนฮะให้เป็นอิสระจากตราบาปที่เธอยัดเยียดให้กับเขามาตลอดสองปี


 

อามาโนะ โทโกะ

นางเอกอันเป็นจุดเริ่มต้นชิ่อเรื่อง สาวน้อยวรรณกรรมผู้เสพย์งานวรรณกรรมนอกเหนือจากการอ่านได้ด้วยการกินหน้าหนังสือ และซึมซับความรู้สึกที่หนังสือเรื่องนั้นต้องการถ่ายทอดออกมาได้ทั้งหมด

โทโกะเริ่มกินหน้าหนังสือมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พฤติกรรมที่น่าประหลาดนี้ทำให้พ่อของโทโกะบอกกับเธอว่า  โทโกะควรจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ และจะเปิดเผยมันต่อหน้าคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเท่านั้น และหลังจากนั้นไม่นาน พ่อและแม่ของเธอก็ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต โทโกะต้องย้ายมาอยู่กับน้าที่ไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอเท่าไหร่นัก แต่โชคยังดีที่ได้น้องชายซึ่งเป็นลูกของน้าเธอ คอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี

แม้ว่าสภาพแวดล้อมที่เติบโตมานั้น จะไม่ได้มีความอบอุ่นมากมายนัก แต่โทโกะก็กลายเป็นเด็กผู้หญิงที่ร่าเริงแจ่มใส ชอบอ่านนิยาย และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของนิยายเรื่องต่างๆ และความรู้สึกเมื่อได้อ่านให้กับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย

โชคชะตาได้พาให้โทโกะได้มาพบกับต้นฉบับนิยาที่เขียนโดยอิโนะอุเอะ มิอุ นักเขียนปริศนา อายุแค่14ปี ที่อยู่ในกองนิยายตกรอบ ณ มุมหนึ่งของกองบรรณาธิการหนังสือ โทโกะได้อ่านมัน และเธอก็ตกหลุมรักงานเขียนของอิโนะอุเอะ มิอุในทันที เป็นรักครั้งแรกที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับคน แต่เกิดกับนิยาย โทโกะเชื่อมั่นว่างานเขียนของอิโนะอุเอะจะต้องโด่งดังอย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาดเมื่อผลงาน อิโนะอุเอะ มิอุได้รางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยม และกลายเป็นที่นิยมจนต้องถูกตีพิมพ์อีกหลายครั้ง

พร้อมกับข่าวร้าย เมื่อโทโกะได้ทราบจากคนในกองบรรณาธิการหนังสือที่เธอรู้จักว่า อิโนะอุเอะ มิอุได้ประกาศว่าจะเลิกเขียนนิยายทั้งที่ออกผลงานได้เพียงเล่มเดียว ทำให้โทโกะถึงกับเสียศูนย์และร่ำร้อง ทั้งที่นั่นคือรักครั้งแรกของเธอ แต่แม้กระนั้นเธอเองก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

โทโกะใช้ชีวิตอย่างเบื่อหน่าย จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับอิโนะอุเอะ โคโนฮะ ผู้ชายเจ้าของนามปากกา อิโนะอุเอะ มิอุ โดยบังเอิญที่โรงเรียน โคโนฮะเป็นเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ในฐานะของรุ่นพี่แล้ว โทโกะจึงมีความคิดที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อชี้นำ ในฐานะรุ่นพี่ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้โคโนฮะหันกลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้ง

ราตรีแห่งรถไฟสายทางช้างเผือก

โทโกะมีความสุขได้ทุกวันจากของว่างที่โคโนฮะทำให้ ตลอดสองปีที่อยู่ด้วยกันในห้องชมรมเล็กๆ หลังเลิกเรียนได้กินงานเขียนรสชาติต่างกันไป บางครั้งก็อร่อย บางครั้งก็แย่ ทำให้เธอได้เห็นถึงพัฒนาการของโคโนฮะ และเชื่อมั่นว่าเขาจะต้องเป็นนักเขียนที่ยอดเยี่ยมได้อย่างแน่นอน แต่นั่นหมายความว่าเธอเองก็จะต้องหยุดพฤติกรรมที่คอยจะเสพย์งานของโคโนฮะเอาไว้เพียงคนเดียว

ปีสุดท้ายของการเรียนมัธยมปลาย โทโกะตัดสินใจสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ฮอกไกโด ซึ่งหากสอบติด โอกาสที่เธอจะได้กินของว่างของโคโนฮะเหมือนเดิมทุกวันก็จะไม่มีอีกแล้ว นั่นคือสิ่งที่เธอรู้ดีและน่าเศร้าที่สุด เพราะโทโกะตกหลุมรักงานเขียนของโคโนฮะอย่างถอนตัวไม่ขึ้นมาตั้งแต่แรกพบ

 

ตลอดเวลากว่าสองปี โทโกะไม่เคยพูดความในใจของตัวเองออกไปให้ใครฟัง และก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับโคโนฮะ ไม่ใช่ในฐานะของรุ่นน้อง หรือในฐานะของนักเขียนที่ชื่นชอบ แต่เป็นในฐานะของคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

 

สำหรับโคโนฮะแล้ว โทโกะคือรุ่นพี่ที่คอยช่วยเหลือเขามาตลอด คอยให้กำลังใจและแก้ปมในใจของเขา ทำให้เขาสามารถจับปากกาเขียนนิยายได้อีกครั้ง

ในห้องชมรมที่อาบไปด้วยแสงแดดสีเหลืองทองของยามเย็นส่องกระทบกับหน้าต่าง เขาทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาตลอดสองปีเต็มในห้องแห่งนี้ และนั่นก็เพียงพอต่อการบ่มเพาะความรู้สึกดีๆ ในใจของโคโนฮะ ที่ไม่ได้คิดกับโทโกะเป็นเพียงแค่รุ่นพี่

 

แต่โทโกะกลับเลือกที่จะจากโคโนฮะไปฮอกไกโดคนเดียวอย่างเงียบๆ เพราะหากเธอไม่ตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว งานเขียนของโคโนฮะก็คงมีชีวิตอยู่แค่ในห้องเล็กๆ ของชมรมวรรณกรรมตลอดไป

สุดท้ายแล้วจิโอวานนี่กับคัมพาเนลล่า ก็ไม่ได้เดินทางไปถึงจุดหมายได้อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่คัมพาเนลล่าก็ยังคอยอธิษฐานให้กับจิโอวานนี่อยู่เสมอ เรื่องราวของโทโกะจะตราตรึงอยู่ในใจของโคโนฮะ และนิยายทุกเรื่องที่โคโนฮะแต่งให้กับเธอนั้นก็จะคงอยู่ในใจของอามาโนะ โทโกะตลอดไปโดยไม่มีวันลบเลือน...


 

บรรณานุกรม

ในเรื่อง Bungaku Shoujo ได้หยิบยกบทประพันธ์ชื่อดังเรื่องต่างๆ มากล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือ Ginga Tetsudou no Yoru [銀河鉄道の夜] หรือ “ราตรีแห่งรถไฟสายทางช้างเผือก” วรรณกรรมระดับคลาสสิก ซึ่งแต่งโดยโดยมิยาซาวะ เคนจิ นักเขียนชั้นครูของชาวญี่ปุ่น

ราตรีแห่งรถไฟสายทางช้างเผือก เป็นเรื่องราวของจิโอวานนี่ เด็กหนุ่มที่เกิดในครอบครัวที่ยากจน และเพื่อนสนิทที่ชื่อคัมพาเนลล่า

ในชั่วโมงวิทยาศาสตร์ คุณครูได้ถามจิโอวานนี่ว่าทางช้างเผือกคืออะไร? จิโอวานนี่นั้นรู้ว่ามันคือกลุ่มดาว แต่เขาไม่สามารถหาคำตอบที่แท้จริงได้ ในค่ำคืนหนึ่งนั้น เขาจึงชวนคัมพาเนลล่าออกเดินทางไปกับรถไฟสายทางช้างเผือกเพื่อค้นหาคำตอบนั้นร่วมกัน การผจญภัยของเด็กหนุ่มทั้งสองคนจึงเริ่มต้นขึ้น

ราตรีแห่งรถไฟสายทางช้างเผือกนั้นได้มอบความฝันความหวัง และกล่าวถึงการเสียสละตนเพื่อให้ผู้อื่นได้มีความสุข นั่นคือเหตุผลที่ Bungaku Shoujo ในนำเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นหลัก นั่นก็เพราะว่าตัวละครแต่ละตัวนั้นล้วนแล้วแต่ได้เสียสละบางสิ่งเพื่อความสุขของคนที่ตัวเองรักทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโคโนฮะ, นานาเสะ, มิอุ หรือโทโกะเองก็ตาม

Bungaku Shoujo ฉบับภาพยนตร์ อาจจะไม่สามารถฉีกออกมาชิมเพื่อลิ้มรสชาติความรู้สึกของเรื่องราวเหล่านั้นได้ แต่คุณสามารถซึมซับมันผ่านดวงตาทั้งคู่ และสองหูที่มี และเข้าถึงความอบอุ่นของความรักและการเสียสละได้ตลอด103นาทีแห่งความฝัน

 

Comment

Comment:

Tweet

ภาพน่ารัก หน้าหามาดูจัง ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ><

#2 By saki_no_hana on 2012-08-25 07:37

เขียนบทความได้ดีน่าติดตามมากเลยคับ
เสียดายที่เพิ่งมาเห็น :))

#1 By Faiman (58.9.62.32) on 2012-02-23 01:06