อนิเมชั่นเรื่องนี้ ถูกสร้างมาจากมังกะเรื่อง Sketchbook ผลงานของ Totan Kobako เป็นการ์ตูนสี่ช่องจบซึ่งลงให้กับนิตยสาร Comic Blade จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในเวอร์ชั่นอนิเมนั้น ได้ทีมทำเดียวกันกับเรื่อง Aria

 

Sketchbook ~full color'S~ [ต่อไปจะขอเรียกSketchbookเฉยๆ] เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับชมรมศิลปะในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในฟูจิโอกะ ซึ่งมุมมองการเล่าเรื่องส่วนใหญ่จะมาจากตัวละครเอกที่ชื่อ คาวาจิระ โซระ ซะเป็นส่วนใหญ่ เป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันของนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ได้พบเจอกับเพื่อน, รุ่นน้อง, รุ่นพี่ หลากหลายประเภท ที่ได้มารวมตัวกันในชมรมศิลปะ และได้ทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน และทุกตอนนั้น จะได้เห็นมุมมองศิลปะที่แตกต่างกันจากตัวละครเหล่านั้น และมุมมองของตัวโซระเองด้วย

 

Sketchbook จัดเป็นการ์ตูนประเภทที่เรียกว่า Slice of Life ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ดูการ์ตูนเรื่องนี้ และแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวงการศิลปะ Sketchbook ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ชมได้เรียนรู้หรือชวนให้เข้าใจในงานศิลปะเหมือนกับGA หรือHidamari Sketch ซึ่งเมื่อเทียบกับสองเรื่องที่กล่าวมา Sketchbook แทบจะไม่พูดถึงเทคนิคเชิงศิลป์ แต่จะโฟกัสไปถึงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกกับงานศิลป์ กับให้ความสำคัญของบรรยากาศในการดำเนินเรื่องเป็นอย่างมาก

 

แม้ว่าSketchbook จะเป็นอนิเมชั่นความยาว13ตอนจบ แต่มีตัวละครออกมาค่อนข้างเยอะ และตัวละครทุกตัวต่างก็มีBackgroundเนื้อเรื่องที่น่าสนใจเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้ผู้ชมจำได้แม้จะโผล่มาให้เห็นหน้าไม่กี่ครั้งก็ตาม

.........................................................

 

Character

คาจิวาระ โซระ

ตัวเอกของเรื่องนี้ เป็นนักเรียนหญิงมัธยมปลายปีหนึ่ง ที่ค่อนข้างขี้อายมาก แถมยังป้ำๆ เป๋อๆ ติดเอ๋อนิดๆ เธอค่อนข้างพูดน้อยแต่คิดเยอะ ซึ่งแต่ละตอนเราจะเห็นเธอสนทนากับคนแทบจะนับเป็นประโยคได้ ดังนั้นตลอดเรื่องที่เราได้ดูนั้น จะเป็นความคิดในหัวที่โซระพูดกับตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่

โซระเป็นตัวละครที่มีความน่าสนใจมากของเรื่องนี้ เนื่องจากเธอเป็นคนประเภทที่ Think Positive และค่อนข้างที่จะตั้งอกตั้งใจกับเรื่องที่เธอสนใจเป็นพิเศษ จึงจะเห็นบ่อยครั้งที่โซระเหม่อลอยเหมือนเมฆที่ถูกลมพัดไปเรื่อยๆ และก็จะเห็นเธอจดจ่อกับบางสิ่งบางอย่างแบบตั้งใจเต็มที่เช่นเดียวกัน

 
โซระมันจะพกสมุดวาดภาพติดตัวอยู่เสมอ และเมื่อเธอประทับใจกับอะไรที่เจอเป็นพิเศษ ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบสมุดวาดภาพขั้นมาวาดสิ่งที่เห็นนั้นเก็บไว้เป็นความทรงจำ และด้วยความที่เธอเป็นคนที่คิดในแง่บวก และมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ ทำให้สิ่งนั้นสื่อออกมาในรูปวาดของเธอที่มีทั้งความอบอุ่นและความสดใสประดุจดั่งงานของClaude Monet โซระเป็นตัวละครที่อธิบายตัวตนของศิลปินประเภท Impressionist ออกมาได้เด่นชัดที่สุด

โซระในตอนที่เข้าชมรมใหม่ๆ นั้น แทบจะไม่กล้าสนทนากับใคร เธอต้องแนะนำตัวเองผ่านตัวหนังสือในสมุดวาดภาพของตัวเอง แต่หลังจากได้รู้จักคุ้นเคยและได้ใช้เวลาร่วมกับสมาชิกของชมรมคนอื่นๆ แล้ว เธอก็เริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งนั้นก็ส่งผลกับงานศิลปะของเธอเองด้วย

.................................
 
 

เด็กผู้หญิงชั้นปีหนึ่งเหมือนกับโซระ และได้รู้จักกับโซระครั้งแรกที่ชมรมศิลปะ จากนั้นก็กลายเป็นเพื่อนสนิทตัวติดกันไปโดยปริยาย

นัทสึมิแทบจะเรียกได้ว่าเป็นด้านตรงกันข้ามของโซระ เนื่องจากเธอค่อนข้างที่จะพูดมาก และสดใสร่าเริงแบบสุดๆ และนั่นคือข้อดีของนัทสึมิ เพราะนิสัยนี้ทำให้เธอเข้ากับคนอื่นได้ง่าย และเป็นคนที่สร้างสีสันให้กับชมรมอยู่เสมอ

นัทสึมิมีงานอดิเรกนอกจากการวาดภาพ คือการทำหุ่นตุ๊กตามือ ซึ่งมักจะควักออกมาคุยเล่นกับตัวเองและกับคนอื่นเป็นประจำเวลา ซึ่งมีอยู่ในคอลเล็คชั่นทั้งหมดห้าตัว ชื่อ เคโระอิจิ, รันรัน, มิเชล, โรเบิร์ต และทอม-ทอม

 

 

.................................

โทริไค ฮะซึกิ

 

เป็นเด็กผู้หญิงที่มีบุคลิกแบบแม่บ้านอย่างสุดขั้ว พูดจาสุภาพเรียบร้อย เป็นผู้ใหญ่ มีความคิดอ่านที่รอบคอบ โดยเฉพาะกับการคำนวณรายรับ-รายจ่ายในการจับจ่ายใช้สอย กับการเลือกซื้อของอย่างคุ้มค่าเงิน นอกจากนั้นที่บ้านยังปลูกผักบางอย่างเพื่อเอาไว้ใช้ทำครัว เวลาของอะไรพังก็จะลองซ่อมก่อนที่จะซื้อใหม่เสมอ นับเป็นแม่บ้านจอมประหยัดที่หาได้ยากในยุคนี้

 

ทั้งโซระ ฮะซึกิ และนัทสึมิ ทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่เสมอแม้ว่าทั้งสามคนจะมีนิสัยที่ต่างกัน แต่ก็อยู่ด้วยกันได้โดยไม่เคยทะเลาะกัน

ฮะซึกิชอบสัตว์หรือของน่ารักๆ เกี่ยวกับสัตว์มาก แม้ว่าจะเป็นแม่บ้านจอมประหยัด แต่ถ้าเจอของที่ถูกใจแล้ว บางทีก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหวเหมือนกัน

.................................

เคท

เด็กสาวชาวต่างชาติที่หลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ยิ้มแย้มแจ่มใส เข้ากับคนได้ง่าย พูดภาษาญี่ปุ่นได้แม้สำเนียงจะแปลกประหลาด และชอบเล่นคำแบบผิดๆ เสมอ

เธอย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเดียวกับโซระกลางเทอม และด้วยความที่อยากจะเข้าใจในวัฒนธรรมญี่ปุ่น จึงให้นัทสึมิเป็นเสมือนพี่เลี้ยงคอยสอนเรื่องภาษาให้กับเธอ

เคทมักจะโดนรุ่นพี่อำให้จำคำศัพท์แบบผิดๆ อยู่เป็นประจำ แต่กระนั้นก็ยังพยายามเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่ตลอดเวลา ขนาดเลี้ยงแมวเปอร์เซียไว้ตัวหนึ่งก็ยังอุตส่าห์ตั้งชื่อให้เป็นญี่ปุ่นสุดๆ ว่า บุจิ

.................................

คุกะ โคคาเกะ

เด็กผู้หญิงที่มีบุคลิกค่อนข้างลึกลับซับซ้อน ใบหน้าดูไร้อารมณ์อยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนคนน่ากลัวแต่ความจริงแล้วค่อนข้างขี้เล่นผิดกับใบหน้า บางครั้งก็ชอบห่อตัวอยู่เฉยๆ ในม่านสีดำของห้องชมรม ไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอะไร แต่เธอรู้ว่าคนอื่นคิดอะไรอยู่ เข้าใจคนอื่นเป็นอย่างดี มักจะช่วยพูดแทนคนอื่นเสมอ

ชอบแกล้งเนกิชิอยู่เป็นประจำ แต่ดูเหมือนว่าจะแอบมีใจให้เนกิชิอยู่นิดๆ

.................................

 
เนกิชิ ไดอิจิ
 
หนึ่งในผู้ชายที่มีเพียงสองคนของชมรมศิลปะ มีนิสัยโหวกเหวก เสียงดัง ขี้โวยวาย ชอบตะคอกใส่คนอื่น แต่จริงๆ แล้วเป็นผู้ชายซึนเดเระ เกลียดสุนัขมาก แต่สุดท้ายก็เก็บสุนัขจรจัดไปเลี้ยงไว้ที่บ้านและตั้งชื่อให้ว่าอินุโอะ โซระตอนแรกก็กลัวเนกิชิเนื่องจากเป็นคนเสียงดัง แต่หลังๆ ก็เริ่มชินกับท่าทีของเขาแล้ว
 

 

.................................

ซาซากิ จูจู

ตัวสูง ตาตี่ ใจดี จูจูมีความสามารถพิเศษคือเล่นกีตาร์และแต่งเพลง สามารถเอาบทเรียนมาแต่งเป็นเพลงเพื่อใช้ท่องหนังสือก่อนสอบได้

เธอเกลียดพวกหนอนแมลงมาก แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะสนิทกับคุริฮาระที่ชอบแมลง ทั้งสองคนมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ

 

 

.................................

คุริฮาระ นากิสะ

เด็กผู้หญิงผู้มีความรู้ในเรื่องแมลงทุกชนิดราวกับเป็นสารานุกรมเดินได้ เธอมีความฝันในอนาคตว่าจะเป็นกีฏวิทยา คุริฮาระเป็นรุ่นพี่ที่พึ่งพาได้ และมักจะให้คำปรึกษาดีๆ กับโซระเสมอ นอกจากนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทกับจูจู ชอบไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำ

คุริฮาระเป็นตัวละครที่มีความฝันและมองการณ์ไกลที่สุดในตัวละครทุกตัว เธอมองไปถึงอนาคตทั้งที่ยังเรียนอยู่มัธยมปลาย และพยายามที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง

.................................

ทานาเบะ เรียว

ฮิมุโระ ฟู

สองคู่หูหัวตลกที่ตัวติดกัน มักจะไปไหนด้วยกันเสมอ ทำอะไรก็ต้องทำเป็นจังหวะเดียวกัน แล้วก็ผลัดกันรับส่งมุกอย่างเข้าขา ราวกับเป็นพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ทั้งยังมีความสามารถในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้ด้วย

ไม่ว่าเรื่องราวในการ์ตูนจะดำเนินไปทิศทางใด หรือตัวละครจะอยู่ที่ไหน ก็จะมีคู่หูทานาเบะ-ฮิมุโระ ปรากฏตัวโผล่ออกมารับส่งมุกใส่กันได้เสมอ นับเป็นสีสันหนึ่งของการ์ตูนเรื่องนี้ที่พบเห็นได้ทุกตอน

 

.................................

คามิยะ อาซากะ

เด็กสาวผมสีชมพู ร่าเริงสดใส หัวเราะเสียงดัง และชอบแมวมาก ชื่นชอบงานประดิษฐ์และมักจะสร้างสรรค์งานศิลปะที่โดดเด่นกว่าใคร

งานศิลป์ของเธอมักจะหลุดกรอบ เป็นรูปธรรม จับต้องได้ มากกว่ายึดติดอยู่กับผืนผ้าใบ นับเป็นตัวละครที่มีความเป็นปัจเจกสูงเหมือนกับงานศิลป์ของเธอ

 

.................................

โอบะ ทสึกิโยะ

โอบะเป็นตัวละครที่ไม่เคยมีใครรู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ของเธอในชมรม แทบจะเรียกได้ว่าเป็นตัวจืดจางที่แม้แต่ทีมงานสร้างยังลืมใส่เธอลงไปในเรื่องจนกระทั่งตอนสุดท้าย

 

แต่กระนั้นเธอก็มาร่วมอยู่ในเหตุการณ์สำคัญของเรื่องเกือบทุกเหตุการณ์ เพียงแค่ไม่มีใครสังเกตเห็น

 

.................................

สุเกียว อุโจ

ดำรงตำแหน่งประธานชมรมศิลปะ มีชื่อเรียกอย่างสามัญชนว่า “ประธาน” ใช้เรียกกันจนทุกคนแทบจะลืมชื่อจริงไปแล้ว เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบสูง มีความเป็นผู้ใหญ่ พึ่งพาได้ และยังเรียนเก่งอีกด้วย

ด้วยสภาพของชมรมที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่ไม่ค่อยได้ความ หากขาดเขาไปแล้วล่ะก็ ชมรมศิลปะคงถูกยุบอย่างแน่นอน

 

.................................

คาสึกาโนะ ฮิโยริ

ตำแหน่งอาจารย์ศิลปะ และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมศิลปะอีกด้วย เป็นอาจารย์ที่ไม่ค่อยจะเอาแน่เอานอนในการสอนเท่าไหร่นัก บางครั้งก็ชอบนั่งเหม่อ นั่งหลับ แต่บางครั้งก็จะมีไฟลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเสียดื้อๆ แต่ก็เป็นอาจารย์ที่ดีคนหนึ่ง

เธอชอบไก่มาก ถึงกับมีของสะสมมากมายเกี่ยวกับไก่ และเลี้ยงไก่ไว้ตัวหนึ่งชื่อว่าพีจัง ซึ่งเหตุผลที่ชอบไก่ก็มาจากการชอบกินไก่ย่างนั่นเอง

 

.................................

การ์ตูนเรื่องนี้มีทั้งหมด 13ตอน เริ่มเรื่องที่ฤดูใบไม้ผลิ และจบลงที่ฤดูใบไม้ผลิเช่นเดียวกัน ในหนึ่งปีของการ์ตูนเราจะได้เห็นสมาชิกชมรมได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันมากมาย ได้พบเจอกับเพื่อนใหม่ ได้รู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น

 

ด้วยโทนสีที่ใช้ในเรื่อง รวมถึงเพลงประกอบสุดชิล ทำให้ผู้ชมจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอยู่ตลอดเวลาที่ดูอนิเมชั่นเรื่องนี้ และนอกจากนั้น ตัวละครเอกอย่างโซระ ก็มักจะมีมุมมองของชีวิตในด้านที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นแง่คิดดีๆ ให้กับผู้ชมได้เก็บไปคิดตาม

ผู้ชมเองก็จะมีประสบการณ์ร่วมไปกับการเฝ้าดูโซระเติบโตทางความคิด การแสดงออก และการใช้ชีวิต จนรู้สึกผูกพันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันกับเธอ

สุดท้ายแล้ว ชีวิตชิลๆ ของโซระจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ต้องไปลองหามาดูเองครับ แต่รับรองได้ว่าคุณจะได้อะไรดีๆ จากอนิเมชั่นเรื่องนี้อย่างมากหลังจากที่ดูจบอย่างแน่นอน

........................

Comment

Comment:

Tweet