GA geijutsuka art design class
GA 芸術科アートデザインクラス
วาดโดย : Satoko Kiyuduki
อนิเมชั่นฉายปี : 2009

หากจะพูดถึงอนิเมชั่นที่เกี่ยวกับงานศิลปะ นอกจาก Hidamari Sketch แล้ว ก็จะมีGA เรื่องนี้ ที่แทบจะเรียกได้ว่ามีกลิ่นอายคล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะในการดำเนินเรื่อง และลักษณะนิสัยของตัวละครหลักที่แทบจะCopy-Paste กันมา (ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกนักของการ์ตูนแนวSchool Life Comedy แบบนี้)

 

 

GA เป็นการ์ตูนคอเมดี้สี่ช่องจบ ผลงานการวาดของ ซาโตโกะ คิยุซึกิ ซึ่งปัจจุบันนั้นยังไม่จบสมบูรณ์ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตในรั้วโรงเรียนของสาวๆ ในชั้นเรียนGA (ย่อมาจาก Geijutsuka Class-A) ซึ่งเป็นชั้นเรียนศิลปะ ซึ่งภายในเรื่องจะเต็มไปด้วยการสอนเกี่ยวกับพื้นฐานและแนวคิดเกี่ยวกับศิลปะต่างๆ มากมาย เช่นพื้นฐานการใช้สี หรือประวัติศาสตร์ศิลปะ เป็นต้น

 

 

ซึ่งดูจากพล็อตเรื่องแล้ว ทั้งGAและ Hidamari Sketch อาจจะดูแทบไม่ต่างกันเลย แต่สิ่งที่ทำให้GAดูต่างจาก Hidamari Sketch นั่นคือการถล่มมุกอย่างไม่ยั้ง ทำให้อารมณ์ที่ได้คือความสนุกสนานมากกว่า Hidamari ซึ่งจะเน้นความเป็นดราม่าคอเมดี้ (รายละเอียดสามารถอ่านได้ในบทวิเคราะห์ Hidamari Sketch)

แน่นอนว่า การ์ตูนประเภทนี้ จุดเด่นที่สุดอยู่ที่เอกลักษณ์และลักษณะนิสัยของตัวละครต่างๆ ดังนั้นเราจะขอแนะนำตัวละครหลักและตัวละครรองทั้งหมดของเรื่อง  พร้อมกับวิเคราะห์อย่างเจาะลึกทีละตัว

.............................................

 

 

 

山口 如月
Yamaguchi Kisaragi

 

 

เป็นตัวเดินเรื่องหลักของการ์ตูนเรื่องนี้ ด้วยบุคลิกสาวแว่นเรียบร้อย ซื่อๆ เซ่อๆ ติดเอ๋อนิดๆ และเอกลักษณ์แว่นตาขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ชมอาจจะหลงรักตัวละครตัวนี้ได้ไม่ยาก และเสียงพากย์ของฮารุกะ โทมัตสึ ก็ช่างเข้ากับตัวคิซารากิอย่างมากมาย

 

 

คิซารากิเป็นตัวละครที่มีความคลั่งในแมวเป็นอย่างมาก ในสมุดเสก็ตของเธอจะเต็มไปด้วยภาพวาดแมว จำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยตัว และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในเรื่อง เราจะเห็นคิซารากิใช้ของใช้ต่างๆ ที่มีภาพเกี่ยวกับแมวอยู่ตลอด

 

 

จุดที่เป็นเสน่ห์ของคิซารากิ คือบุคลิกที่เรียบร้อย หัวอ่อน เชื่อคนง่าย โกรธยาก จึงมักถูกหลอกจากเพื่อนๆ อยู่เป็นประจำ ความซื่อเซ่อซ่าอย่างเป็นธรรมชาตินั้นเองที่เป็นจุดขายสำคัญของตัวละครตัวนี้ (BGMประจำตัวคือ Forget me not blue ซึ่งเหมาะเหม็งกับอุปนิสัยของกับคิซารากิมากๆ)

 

 

ซึ่งแม้ว่าพื้นฐานนิสัยของเธอจะเป็นแบบนี้ แต่เธอก็เป็นคนที่มีความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน และบางครั้งก็ชอบคิดอะไรนอกกรอบที่ขัดกับนิสัยของตัวเอง รอยยิ้มของคิซารากิที่ยิ้มให้กับคนอื่นนั้นจะเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจอยู่เสมอ จึงเป็นที่รักของเพื่อนๆ เป็นอย่างมาก งานศิลปะของคิซารากิแต่ละชิ้นนั้นจะเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและน่ารักเสมอ

 

 

.............................................

 

 

 

友兼
Tomokane

 

 

หากคิซารากิเปรียบเป็นสาวเอ๋อ เรียบร้อย โทโมคาเนะ คือด้านตรงข้ามโดยสิ้นเชิง สำหรับสาวน้อยทอมบอยคนนี้ บทบาทหลักของเธอคือการเป็นตัวนำมุกต่างๆ รวมทั้งปัญหามาสู่เพื่อนๆในกลุ่มอยู่เป็นประจำ

 

 

โทโมคาเนะนั้นมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนซึ่งเรียนอยู่ชั้น GA ปี2 และร่างกายอ่อนแอผิดกับตัวเธอ สิ่งหนึ่งที่โทโมคาเนะเก็บมาเป็นปมในใจของตัวเอง คือตั้งแต่เด็กยันโตไม่ว่าจะเป็นการแข่งอะไร เธอไม่เคยเอาชนะพี่ชายตัวเองได้เลย ด้วยเหตุนั้น ความเก็บกดจากการพ่ายแพ้จึงกลายเป็นบุคลิกภาพรั่วๆ ที่ต้องมาระบายออกคนรอบข้างแทน แต่กระนั้น โทโมคาเนะก็ไม่ได้เกลียดพี่ชายของตัวเองแต่อย่างใด

 

 

ด้วยความบ้าพลัง โหวกเหวกโวยวาย แต่ซ่อนไว้ด้วยความอ่อนโยน เหมือนสตอเบอร์รี่ที่หวานอมเปรี้ยว BGMประจำตัวของเธอ จึงมีชื่อว่า Funky Strawberry และเพราะความที่เป็นคนมุทะลุ ร้อนแรง งานศิลปะของเธอจึงออกมาในแนวที่ค่อนข้างฉูดฉาด ดุเดือด และขาดความพิถีพิถัน อันถือเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และยากที่จะหาใครเหมือน ในการ์ตูนเรื่องนี้

 

 

............................................. 

 

 

 

野田 美紀
Miki Noda

 

 

โนดะ มิกิ เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ขายภาพลักษณ์ของเด็กสาวโลลิค่อน เป็นคุณหนูติสฯแตก และไร้สติ หน้าที่ของเธอในกลุ่มคือการเป็นตัวป่วนคู่กับโทโมคาเนะ และเมื่อผสมกับบุคลิกแอ๊บแบ้วไร้สติของเธอแล้ว เรื่องฮาและปัญหาจึงเกิดขึ้นตามมาอยู่เป็นประจำ สมกับที่นามิโกะเรียกเธอว่าเจ้าหญิง (ผู้เอาแต่ใจ)    

 

 

โนดะ เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีพี่สาวเรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน แถมพี่สาวของเธอยังจัดเป็นไอด้อลคนสวยที่ได้ลงปกนิตยสารอีกด้วย (ซึ่งในอนิเมจะมีโอกาสได้เห็นเธอแค่ด้านหลัง) ซึ่งโนดะเองก็รักสวยรักงามไม่แพ้พี่สาวของเธอ โดยจะเห็นได้ว่า เป็นตัวละครตัวเดียวในการ์ตูนเรื่องนี้ที่เปลี่ยนทรงผมและเครื่องประดับให้ตัวเองอยู่เรื่อยๆ

 

 

โนดะเป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็นและสดใสร่าเริงอยู่ตลอดเวลา  BGMประจำตัวของเธอคือ Sunflower ซึ่งอธิบายความเป็นตัวเธอได้เป็นอย่างดี กับเด็กสาวที่ส่องประกายเหมือนกับดวงอาทิตย์ ผลงานของเธอจึงเต็มไปด้วยความสดใส เติมด้วยไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่รู้จบ แม้ว่าหลายๆผลงานนั้นจะเข้าข่ายดูไม่รู้เรื่องก็ตาม

 

 

............................................. 

 

 

 

野崎 奈三子
Namiko Nozaki

 

 

นามิโกะ โนซากิ ตัวละครที่เรียกได้ว่าอายุมากที่สุดในกลุ่ม (อายุครบ16ก่อนคนอื่นหลายเดือน) ซึ่งนอกจากอายุแล้ว ทั้งวุฒิภาวะ และกายภาพ (ช่วงบน) ยังแตกต่างกับเพื่อนๆ อย่างเด่นชัด ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่จึงต้องกลายเป็นคนที่ต้องดูแลทุกคนในกลุ่มอยู่ตลอด

 

 

บุคลิกของนามิโกะอาจเรียกได้ว่าเป็นบุคลิกคุณแม่ หรือพี่สาวจอมขี้บ่น ที่มักจะชอบบ่นและเบรกการกระทำของโทโมคาเนะและโนดะ แต่ก็มีบ้างที่บางครั้งก็เผลอหลงไปตามกระแส นับเป็นตัวตบมุกชั้นดีของการ์ตูนเรื่องนี้

 

 

เพลงBGMของนามิโกะ คือ Evergreen ซึ่งบอกตัวตนของนามิโกะได้ดี แต่เพราะความที่เธอมีแนวคิดที่เป็นผู้ใหญ่นั้นเอง ทำให้บางครั้งตัวเองก็รู้สึกเหงา เพราะคนที่จะเข้าใจความคิดเธอจริงๆ นั้น อาจจะมีแค่คิซารากิกับเคียวจูซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่ใกล้เคียงกัน และการมองโลกในแบบผู้ใหญ่ก็ทำให้งานศิลปะของนามิโกะ ออกมาในแบบที่มีความเรียบง่าย แต่สุขุมนุ่มลึก เน้นความเป็นเหตุและผลมากกว่าอารมณ์

 

 

............................................. 

 

 

 

大道 雅
Miyabi Oomichi

 

 

ชื่อจริงคือ โอโอมิจิ มิยาบิ แต่เพื่อนๆ เรียกเธอว่าเคียวจู (ศาสตราจารย์) เนื่องจากความรอบรู้ในทุกๆ เรื่องของเธอนั่นเอง  ด้วยบุคลิกที่ดูลึกลับน่าค้นหา พูดน้อย หรือบางครั้งก็ไม่พูดเลย และไม่เคยแสดงอารมณ์ทางสีหน้าและน้ำเสียง ทำให้ยากที่จะใครเดาความคิดเธอออก แม้แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มด้วยกัน แต่กระนั้นเคียวจูก็เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ

 

 

ความรอบรู้ของเธอนั้นช่วยเหลือเพื่อนๆ มาหลายครั้ง ซึ่งบทเรียนที่ไม่เข้าใจ ก็จะมีเคียวจูเป็นผู้อธิบายให้เพื่อนๆ ฟังเสมอ ความทรงภูมินี้คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ชมได้รู้เรื่องราวต่างๆ ของศิลปะนั้นเอง และในบางครั้งก็ยังสำแดงความสามารถพิเศษแปลกๆ เอยู่เรื่อยๆ เช่นพูดคุยกับสัตว์รู้เรื่อง หรือทำร่างกายให้เป็นแม่เหล็ก เป็นต้น

 

 

โดยรวมแล้ว เธอถือเป็นตัวละครที่มีบุคลิกสไตล์เงียบขรึม แปลกแยก อันเป็นสีสันของการ์ตูนสมัยนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเคียวจูจะเป็นเพียงแค่ส่วนเติมเต็มของเรื่อง หากแต่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ครบเครื่องยิ่งขึ้น เหมือนกับสิ่งที่เคียวจูเคยพูดอยู่เสมอว่า สีสันทุกสีล้วนมีความสำคัญ และสีดำเองก็เช่นกัน หากขาดสีใดไปสีหนึ่งแล้ว ผลงานที่ออกมาก็คงไม่สามารถเรียกว่าสมบูรณ์แบบได้