Gunbuster หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Top o Nerae! เป็นการ์ตูนหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยค่าย Gainax ในปี 1988 [ฉายครั้งแรกวันที่ 7 ตุลาคม *ข้อมูล Wikipedia*]
โดยถูกผลิตในรูปแบบของ OVA มีจำนวนทั้งสิ้น 6 ตอน ซึ่งแต่ละตอนที่ออกจำหน่ายนั้นมีระยะห่างกันพอสมควร โดยเฉพาะช่วงตอนที่4กับตอนที่5ที่ห่างกันถึง6ปีเต็ม
กันบัสเตอร์นั้นถือเป็นผลงานแจ้งเกิดของผู้กำกับฮิเดอากิ อันโนะ ที่รู้จักกันดีในผลงานเลื่องชื่ออย่าง Neon Genesis Evangelion
ลายเส้นของGunbusterนั้นก็ได้นักวาดฝีมือเยี่ยมอย่าง ฮารุฮิโกะ มิกิโมโตะ ผู้วาดมาครอส มาวาดให้ นับเป็นการรวมตัวของทีมงานที่ยอดเยี่ยมในหลายๆด้าน
และในปี2004นั้น ก็ได้มีการสร้าง Top wo Nerae! 2 หรือ Diebuster เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ20ปีของค่ายGainax ขึ้น นับเป็นภาคต่อที่ใช้เวลายาวนานเกือบยี่สิบปี
ซึ่งภาคสองนั้นก็ได้ทำออกมาในรูปแบบของOVA 6 ตอนจบเช่นเดียวกับภาคแรก มีการผูกเรื่องเชื่อมโยงกับภาคแรกได้อย่างลงตัว
นอกจากนั้นกันบัสเตอร์ยังเป็นการ์ตูนหุ่นยนต์ในตำนานที่เป็นต้นแบบของการ์ตูนรุ่นต่อๆมาของGainaxมากมายเช่นEvangelian หรือ Guren Lagann อีกด้วย

Gunbuster Generation

เรื่องราวของกันบัสเตอร์นั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อยานรบ"ลุคซิออน"ที่มีความเร็วสูงสุดในจักรวาลถูกกลุ่มสัตว์ประหลาดอวกาศบุกโจมตี เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้กัปตันยานซึ่งเป็นพ่อของโนริโกะ เสียชีวิตบนอวกาศ
เมื่อโนริโกะโตขึ้นเธอจึงเข้าเรียนในโรงเรียนฝึกนักบินอวกาศของกองทัพในโอกินาวะ เพื่อที่จะทำตามความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นนักบินอวกาศเหมือนกับพ่อ
ด้วยความที่เธอไม่มีทักษะในการขับหุ่นเลยแม่แต่น้อย ทำให้โนริโกะเป็นที่โหล่อยู่เสมอผิดกับคาสึมิที่เป็นรุ่นพี่และมีความสามารถมากที่สุดในโรงเรียนจนเป็นที่หลงไหลของทุกคน
แต่แล้ววันหนึ่ง โค๊ชโอตะจากกองทัพก็ได้คัดเลือกตัวแทนประเทศญี่ปุ่นที่จะขึ้นไปกับยาน"เอ็กเซเลี่ยน" โนริโกะและคาสึมิได้รับเลือกท่ามกลางกระแสต่อต้านและไม่ยอมรับในตัวโนริโกะ
เนื่องจากพ่อของโนริโกะนั้นคือเจ้านายเก่าของโค๊ชโอตะ จึงคิดว่าเป็นการใช้เส้นสาย แต่แล้วโนริโกะก็ได้ฝึกฝนอย่างหนักและทำให้คนที่ไม่ยอมรับในตัวเธอนั้นยอมรับได้ในที่สุด

ในยานเอ็กเซเลี่ยนนั้น โนริโกะและคาสึมิได้สังกัดหน่วยทอปและต้องพบกับนักบินที่ถูกคัดเลือกจากทั่วโลกโดยเฉพาะ "ยุงค์ ฟรอย" นักบินอัจฉริยะที่มาท้าคาสึมิสู้ตั้งแต่ภารกิจแรก
แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็สนิทสนมกันแม้ว่าต่างคนต่างก็หวังว่าตัวเองจะได้ขับหุ่นที่ทรงประสิทธิภาพ "บัสเตอร์แมชชีน"
บัสเตอร์แมชชีนนั้นเป็นหุ่นรบที่เคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วแสง แต่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงนั้นจะทำให้เกิดการแปรผันของเวลา หนึ่งนาทีในความเร็วแสงอาจเท่ากับสามเดือนในเวลาจริง
การปฏิบัติการณ์ของโนริโกะกับคาสึมินั้นคือการตรวจสอบวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง นั่นก็คือซากยานลุคซิออนซึ่งบินอยู่ในอวกาศนั่นเอง ภารกิจนั้นใช้เวลาหนึ่งนาทีเศษ แต่เวลาจริงนั้นผ่านไปราวครึ่งปีแล้ว
หลังภารกิจ คาสึมิรู้สึกว่าโนริโกะนั้นเป็นตัวถ่วง ซึ่งบอกกับโค๊ชโอตะให้ตัดโนริโกะออกจากทีม ทำให้โนริโกะที่อยู่ตัวคนเดียวนั้นหันไปจับคู่กับ "สมิธ" ชายหนุ่มที่เจอกันโดยบังเอิญ

เมื่อเอ็กเซเลี่ยนมาถึงดาวฤกษ์นอกระบบสุริยจักรวาลแห่งหนึ่งก็พบว่ามันกำลังถูกพวกสัตว์ประหลาดอวกาศกินพลังงานอยู่ ซึ่งเป้าหมายต่อไปของพวกมันก็คือโลกนั่นเอง
ในขณะที่ยานเอ็กเซเลี่ยนกำลังสำรวจอยู่นั้น ก็ถูกฝูงสัตว์ประหลาดอวกาศโจมตี หน่วยทอปจึงต้องออกรบเป็นครั้งแรก ซึ่งในการสู้รบนั้น โนริโกะไม่สามารถต่อสู้กับศัตรูได้เลย
เมื่อถอยกลับมายังยานแม่ก็พบว่าสมิธนั้นตายไปในอวกาศแล้ว โนริโกะได้แต่เสียใจและพยายามฝึกฝนตัวเองให้หนักมากขึ้นเพื่อที่จะปกป้องตัวเองคนอื่นได้ในยามสงครามจนยุงค์รู้สึกผิดสังเกต
เธอจึงท้าโนริโกะสู้ตัวต่อตัวในอวกาศ แต่การต่อสู้ในครั้งนั้นก็จบลงโดยที่โนริโกะได้แต่ร้องไห้และหวาดกลัวที่จะออกไปยังอวกาศอีก

กองยานทั้งหมดตัดสินใจที่จะวาร์ปกลับไปยังโลกเพื่อวางแผนรับมือกับสัตว์ประหลาดอวกาศ แต่ว่าในระหว่างที่ทำการวาร์ปอยู่นั้นเอง สัตว์ประหลาดอวกาศก็ได้โจมตีกองยานจากในวาร์ปนั้น
เมื่อออกมาได้ก็พบว่าเหลือเพียงยานเอ็กซิออนกับยานลูกอีกไม่กี่ลำ ในขณะที่รายรอบเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดอวกาศจำนวนมาก เอ็กซิออนจึงจำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีเพื่อเอาตัวรอด
หน่วยทอปต้องออกปฏิบัติการณ์อีกครั้ง แต่โนริโกะไม่พร้อมรบ เธอจึงอยู่ในยานโดยกลายเป็นบุคคลไร้ประโยชน์ ในขณะที่สัตว์ประหลาดอวกาศโจมตียานเอ็กซิออนอย่างหนักหน่วง
หน่วยทอปที่ส่งไปนั้นถูกทำลายเกือบทั้งหมด ในเวลาที่สิ้นหวังนั้น โนริโกะจึงตัดสินใจแอบเข้าไปยังบัสเตอร์แมชชีนและขับมันออกไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดต่างดาวเหล่านั้น

ผลของการต่อสู้ทำให้สัตว์ประหลาดอวกาศล่าถอยกลับไป เอ็กซิออนและบัสเตอร์แมชชีนนั้นเสียหายอย่างหนัก มนุษย์ต้องกังวลว่าสัตว์ประหลาดอวกาศจะกลับมาอีกครั้งและมีเป้าหมายหลักคือโลก

หลายเดือนในอวกาศ เมื่อกลับมายังโลกอีกครั้งก็พบว่าผ่านไปหลายปีแล้ว โนริโกะพบว่าเพื่อนทุกคนในชั้นเรียนต่างก็เรียนจบกันจนหมดและขาดการติดต่อกันไปนานแล้ว
คาสึมิเองก็พบว่าโค๊ชโอตะที่ตนเองรักนั้นป่วยเป็นโรครังสีอวกาศซึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น ประกอบกับมีเหตุด่วนเมื่อสัตว์ประหลาดอวกาศจำนวนนับร้อยล้านตัวได้มุ่งมายังโลก
แผนการกู้โลกนั้นคือการใช้บัสเตอร์แมชชีนสองลำทำการแหวกฝูงศัตรูเพื่อนำเศษซากยานเอ็กเซเลี่ยนที่เหลืออยู่ไปยังใจกลางของฝูงศัตรูเพื่อทำให้เกิดแบล็คโฮลขนาดใหญ่ดูดฝูงสัตว์ประหลาดเข้าไปในนั้น
โนริโกะและคาสึมินั้นได้รับหน้าที่นี้ แต่ในขณะที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงนั้น คาสึมิกลับหยุดยานและไม่ยอมไปต่อเนื่องจากเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้ไม่ได้กลับไปเห็นหน้าโค๊ชโอตะ

โนริโกะจึงต้องเรียกสติให้คาซึมิกลับมาสู้อีกครั้งและประกอบร่างยานทั้งสองลำเป็นกันบัสเตอร์ต่อสู้กับศัตรูและปฏิบัติการสำเร็จโดยที่กลับมายังโลกและยังได้พบหน้าโค๊ชโอตะเป็นครั้งสุดท้าย
แต่การระเบิดในครั้งนั้นก็ได้ส่งผลกลับมาในอีก6เดือนให้หลัง ทำให้แกนโลกเอียงไป3องศาและสูญเสียดาวไปอีกสามดวงด้วยกัน

โนริโกะยังคงทำงานอยู่บนสถานีอวกาศ ในขณะที่คาสึมิใช้เวลาที่เหลืออยู่กับโค๊ชโอตะบนโลก 16ปีต่อมา คาสึมิได้เป็นพันโทและรับหน้าที่ในการนำยานบัสเตอร์แมชชีนหมายเลข#3 หรือระเบิดแบล็คโฮล
ไปยังใจกลางของกาแล็คซี่ทางช้างเผือกเพื่อระเบิดมันไปพร้อมกับรังของสัตว์ประหลาดอวกาศตามแผนการคาร์เนียเดส โดยมียานรบเอลเทรี่ยมเป็นยานธงในแผนการครั้งนี้

เมื่อมาถึง ทุกคนก็ต้องประหลาดใจกับขนาดของระเบิดแบล็คโฮลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งโนริโกะกับยุงค์ที่มีชีวิตบนอวกาศนั้นเวลาก็ผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่เดือนก็ถึงกับจำหน้าคาสึมิไม่ได้ ในขณะที่เริ่มแผนการนั้นเอง พวกสัตว์ประหลาดอวกาศก็ทำการวาร์ปมาหาระเบิดแบล็คโฮลเพื่อทำการขัดขวาง กองยานทั้งหมดจึงเริ่มเปิดฉากโจมตีเพื่อปกป้องระเบิดแบล็คโฮลเอาไว้อย่างสุดกำลัง

แม้ว่าระเบิดแบล็คโฮลจะมีความทนทานเพียงใด แต่การโจมตีที่หนักหน่วงนั้นมีผลทำให้ตัวเร่งปฏิกิริยาระเบิดนั้นไม่ทำงาน โนริโกะและคาสึมิจึงต้องนำกันบัสเตอร์เข้าไปยังแกนกลางของมัน
และใช้เตาปฏิกรณ์ดีเจเนอเรซี่ที่อยู่ในตัวของกันบัสเตอร์ยัดใส่ลงไปเพื่อเร่งปฏิกิริยาระเบิด ผลของการระเบิดในครั้งนั้นทำให้กาแล็คซี่ทางช้างเผือกได้สลายไป

วันที่6 กรกฎาคม ปี14,292 เศษซากของกันบัสเตอร์ที่มีเตาดิเจเนอเรซี่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเตาได้บินกลับถึงโลกโดยใช้เวลา7เดือนกับอีก6วันเมื่อเทียบกับความต่างของเวลาบนโลกนั้นเท่ากับ12,000 ปี
โลกเต็มไปด้วยความมืด โนริโกะและคาสึมิคิดว่าอาจไม่มีคนหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ในความสิ้นหวังของทั้งคู่นั้น แสงไฟบนโลกก็เรียงต่อกันเป็นคำว่า"ยินดีต้อนรับกลับ" [Okaerinasai]

.............................................................

Takaya Noriko

เกิดวันที่12 กันยายน ปี2006 สูง158cm. เกิดที่โอซาก้า มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศเหมือนกับพ่อซึ่งเป็นกัปตันยานลุคซิออน[Luxion]และเสียชีวิตไปในอวกาศ
โนริโกะเข้าเรียนในโรงเรียนฝึกนักบินของกองทัพอวกาศแห่งโอกินาวะโดยที่ไม่มีความสามารถในการเป้นนักบินเลยทั้งที่มีทักษะด้านกีฬาสูงมาก
ด้วยการฝึกอย่างหนักกับโค๊ชโอตะ ทำให้โนริโกะถูกบรรจุเป็นหนึ่งในสองนักบินตัวแทนของญี่ปุ่นพร้อมกับคาซึมิ และไปยังอวกาศเพื่อรบกับสัตว์ประหลาดอวกาศ

โนริโกะเป็นตัวละครเอกของการ์ตูนเรื่องนี้ที่มีบุคลิกน่าสนใจเป็นอย่างมาก ในช่วงสามตอนแรกนั้นจะเห็นความอ่อนแอและความไร้เดียงสาของเธออย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวโนริโกะอย่างชัดเจน จากเด็กผู้หญิงที่พึ่งพาไม่ได้กลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว
เหตุผลนั้นมีมากมายตั้งแต่ตอนที่โนริโกะเห็นยานของพ่อตัวเองลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศและละทิ้งภารกิจเพื่อพยายามที่จะไปหาพ่อของเธอในเศษซากยานนั้น
หรือในตอนที่ถูกคาสึมิยกเลิกการเป็นคู่หู รวมถึงตอนที่สมิธตายโดยที่โนริโกะช่วยอะไรไม่ได้เลยแถมยังเป็นตัวถ่วงอีก ทั้งหมดนี้นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างหนักในตอนที่สี่
ผู้พากษ์เสียงโนริโกะ คือฮิดากะ โนริโกะ[ชื่อเดียวกับตัวละครด้วย] ซึ่งบรรดาฉากที่โดนใจแฟนๆกันบัสเตอร์ส่วนหนึ่งก็คือตอนที่โนริโกะแหกปากตะโกนชื่อท่าต่างๆเนี่ยแหละ

นอกจากนั้นผู้สร้างยังใส่เกร็ดบางอย่างเพื่อสร้างจุดเด่นเล็กๆให้กับโนริโกะลงไปในเรื่อง เช่นโปสเตอร์Tracy Chapman [นักร้องสาวและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน] ในยานเอ็กเซเลี่ยน
ห้องพักในอพาร์ทเม้นต์ของโนริโกะก็มีโปสเตอร์อนิเมดังของสตูดิโอGhibli อย่าง โทโทโร่, นาอูชิก้า และยานรบยามาโตะ อีกด้านหนึ่งก็มีปฏิทินรูป Van Halen [วงร็อคเฮฟวี่เมทั่ล]
และห้องพักในยานเอลเทรี่ยมนั้นก็ยังมีโปสเตอร์ของThunderbirds[ทีวีซีรีย์แนวไซ-ไฟ] , Message from Space[ภาพยนต์โดยผู้กำกับฟุคะซาคุ คินจิ] และการ์ตูนเรื่องสุสานหิ่งห้อย

Kazumi Amano

เกิดวันที่15 พฤศจิกายน ปี2004 สูง168cm. เป็นคนที่มีความสามารถและทักษะในการควบคุมหุ่นยนต์สูงที่สุดในโรงเรียน ฉลาดหลักแหลมและมีไหวพริบสูง ทุกคนเรียกเธอว่า"เจ้าหญิงกุหลาบ"
ถูกเลือกเป็นหนึ่งในฐานะตัวแทนที่จะขึ้นไปบนอวกาศเพื่อรบกับสัตว์ประหลาดอวกาศ แม้ว่าจะถูกเรียกเป็นอัจฉริยะ แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือความพยายามฝึกฝนตัวเองอย่างหนัดอยู่ตลอดเวลา

คาสึมิเป็นอีกตัวละครที่น่าสนใจ เพราะคาแรคเตอร์ของเธอนั้นจะมาในแนวสุขมเยือกเย็นและสง่างามตามแบบฉบับคุณหนู
คาสึมิในเรื่องนั้นจะถูกยกย่องให้เป็นบุคคลอัจฉริยะ แต่เธอไม่ดีใจที่ถูกเรียกแบบนั้นเพราะความจริงแล้วความเก่งกาจของเธอนั้นมาจากการฝึกฝนล้วนๆ
มีฉากหนึ่งที่โค๊ชโอตะพาโนริโกะไปดูว่าคาสึมิฝึกฝนอย่างไรถึงได้เก่งเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้โนริโกะ และพบว่าเธอกำลังวิ่งขึ้นบันไดโดยใช้เกี๊ยะเหล็กขนาดใหญ่อยู่
แต่ถึงแม้ว่าจะดูเป็นตัวละครที่มีความเข็มแข็งและพึงพาได้กว่าโนริโกะ คาสึมิก็ยังมีจุดที่เปราะบางและอ่อนไหวเหมือนผู้หญิงทั่วไปอย่างเช่นในตอนที่ห้า
การที่คาสึมิมองเห็นวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง จนถึงกับทำให้เธอเกิดกลัวว่าจะไม่ได้พบกับโค๊ชโอตะอีก จึงหยุดบินในทันทีและก็ร้องไห้ออกมา
และคนที่สร้างกำลังใจให้คาสึมิตัดสินใจที่จะสู้ต่อก็คือโนริโกะนั่นเอง

Jung Freud

เกิดวันที่12 กันยายน ปี2004 [วันเดียวกับโนริโกะ] ในสาธารณรัฐโซเวียต ยุงค์เป็นนักบินหมายเลขหนึ่งของกองกำลังอวกาศโซเวียตซึ่งถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะเช่นเดียวกับคาสึมิ
บุคลิกของยุงค์นั้นคือเปิดกว้างกับทุกคน และมีความมั่นใจในตัวเองสูงพอๆกับทิฐิที่ไม่ยอมแพ้คนอื่นง่ายๆ ในตอนที่เจอกับคาสึมิครั้งแรกนั้นเธอก็ท้าดวลกับคาสึมิตัวต่อตัว
และในตอนที่รู้ว่าโนริโกะไปขอให้โค๊ชโอตะฝึกหนักให้นั้น ยุงค์ก็ท้าโนริโกะสู้อีกเช่นเดียวกัน

ชื่อยุงค์ ฟรอยนั้นมีที่มาจาก Carl Jung และ Sigmund Freud สองนักคิดและนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงของโลก ในเนื่อเรื่องตอนแรกแล้วนั้น ยุงค์ทำทีเหมือนเป็นศัตรูกับทั้งโนริโกะและคาสึมิ
แต่หลังจากนั้นไม่นานก็สนิทสนมกับทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว ยุงค์เป็นอัจฉริยะแต่กำเนิดต่างจากคาสึมิ แต่ความเป็นอัจฉริยะของเธอนั้นก็ไม่อาจสู้ความพยายามของทั้งสองคนได้
แม้ว่าจะไม่ได้ขับบัสเตอร์แมชชีน ยุงค์ก็ยังคงร่วมรบกับทุกคนในศึกสุดท้ายด้วยซิสเลอร์ หุ่นแมสโปรดักที่มีอานุภาพใกล้เคียงกับกันบัสเตอร์

.............................................................

แม้ว่ากันบัสเตอร์จะผ่านการสร้างมานานถึงเกือบยี่สิบปีแล้วก็ตาม แต่อนิเมชั่นเรื่องนี้ยังคงเป็นที่กล่าวขานถึงของผู้คนทั่วโลก ในความเข้มข้นของเนื้อเรื่องและความดราม่าตราตรึงใจ
ในความดราม่าของกันบัสเตอร์ก็มีหลายจุดด้วยกัน เช่นเรื่องของความต่างเวลา ทุกครั้งที่โนริโกะออกปฏิบัติภารกิจ เวลาในโลกก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วทั้งที่เธอยังอายุไม่ต่างจากเดิม แต่เพื่อนๆนั้นกลับเติบโตกันหมด
ช่วงวัยที่ต่างกันนั้นทำให้เกิดความเหงาแทรกเข้ามาในจิตใจของโนริโกะเล็กน้อยถึงปานกลาง
ในตอนที่นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายถึงตัวตนและจุดมุ่งหมายของสัตว์ประหลาดอวกาศต่อโลกด้วยคำที่ว่า "สำหรับพวกมันแล้ว มนุษย์คือเชื้อโรคที่ต้องกำจัดทิ้ง เพราะการมีอยู่ของมนุษย์ไม่สร้างคุณูปการ ใดๆให้กับจักรวาล"
เป็นคำพูดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในความเป็นจริงและทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดเล็กน้อยในฐานะมนุษย์โลก
และในฉากที่คาสึมิกำลังจะเดินทางไปยังจุดปล่อยบัสเตอร์แมชชีนหมายเลข#3เพื่อจะระเบิดแกนกลางของกาแล็คซี่ ทหารนายหนึ่งได้ถามว่า "มนุษย์มีสิทธิ์ที่จะทำถึงขนาดนั้นเลยหรือ?"
แน่นอนว่าคาสึมิเองก็ไม่รู้ แต่เธอก็ตอบไปว่า "มนุษย์เองก็มีสิทธิ์ที่จะดิ้นรนเอาตัวรอดเหมือนกัน"
ทั้งหมดนั้นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมกันบัสเตอร์ถึงถูกออกแบบมาได้คล้ายกับจอมปีศาจ มากกว่าที่จะดูเป็นฮีโร่กู้จักรวาล[ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนที่เห็นหน้ามันครั้งแรก ก็คิดว่ามันเป็นหุ่นตัวโกง]

 


 

ความโม้ของกันบัสเตอร์นั้นมักมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับอยู่เสมอ [ถึงมันจะไม่สมเหตุสมผลนักในบางเรื่องก็ตาม] อาทิเช่นทฤษฎีความต่างของเวลา, สตาโบว์, อุโมงค์มิติทานนเฮาเชอร์ ฯลฯ
ซึ่งในตอนท้ายของแต่ละตอนนั้นก็จะมีการ์ตูนสั้นที่อธิบายทฏษฎีดังกล่าวให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ในตอนที่6 ซึ่งถือเป็นตอนสุดท้ายของภาคแรกนั้นได้ถูกทำออกมาเป็นภาพขาวดำ และมีเพียงตอนท้ายสุดเท่านั้นที่มีสี ตอนนี้ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางว่าทำไม? และเพราะอะไร?
บางกระแสก็บอกว่า อาจเป็นเพราะทางGainaxนั้นมีปัญหาทางการเงินจึงไม่มีงบพอที่จะลงสี ก็เลยต้องปล่อยตอนจบออกมาให้เป็นขาวดำทั้งอย่างนั้น
ในขณะที่หลายส่วนก็บอกว่านี่เป็นความตั้งใจของทางผู้กำกับฮิเดอากิเองที่ต้องการให้ตอนจบออกมาในลักษณะนี้ ซึ่งจวบจนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครได้ดูต้นฉบับที่เป็นสีมาก่อน
อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องตอนที่หกนั้นก็เต็มไปด้วยความน่าสลดหดหู่จนเหมาะกับภาพขาวดำได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะฉากการรบครั้งสุดท้ายที่มีเพียงภาพเสก็ตประกอบดนตรีคลาสสิค
กับฉากจบที่แสนประทับใจที่ทำให้หลายๆคนบ่อน้ำตาแตกกันมานักต่อนัก

ถือเป็นสุดยอดการ์ตูนในตำนานที่ควรค่าแก่การจดจำอย่างยิ่งยวด

.............................................................

Comment

Comment:

Tweet

I am very happy to read your article. Amazing written and easy to learn.

#16 By samedayessay (176.37.67.182) on 2013-08-17 16:28

Very nice site!

#15 By ieutpiit (103.7.57.18|96.31.86.184) on 2012-12-05 00:32

Hello! gcddcec interesting gcddcec site! I'm really like it! Very, very gcddcec good!

#14 By woyrepru (103.7.57.18|96.31.86.184) on 2012-12-05 00:26

Essays papers writing tasks are invented not for lazy students. By the way, I know numbers of college students who buy research paper topwritingservice.com and buy term papers to show good quality of work.

#13 By help me write my research paper (103.7.57.18|31.184.238.21) on 2012-06-12 15:04

Scholars have got nowadays great Internet resources to order the dissertation subject or well done theme connected with this good post in the experienced thesis writing service.

#12 By thesis (103.7.57.18|31.184.238.21) on 2012-05-18 17:18

Good post,i like your explanation,really its very nice.
<a href=\"http://www.register-web-domain.in/\" rel=\"dofollow\">Domain Registration </a>

#11 By Domain Registration (203.201.60.118) on 2012-03-12 16:15

Great story,i like this pictures,looking very nice..

#10 By Hosting forums (203.201.60.118) on 2012-03-08 13:26

Our professional term papers writing service can support you to be booked about what you always wish. There is no distance on this earth as far away as yesterday. The going minute is everything.

#9 By custom papers (94.242.214.6) on 2011-12-06 09:00

Different scholars don’t know how to notice the history dissertation referring to this post. Therefore, we would suggest your professional topic. But some of them can look for the thesis.

#8 By thesis (94.242.214.6) on 2011-12-06 07:25

I look for powerful Seo and forum posting service to get better PR in the most search engines. I need most experienced experts in the world!

#7 By forum posting services (94.242.214.6) on 2011-12-06 06:19

If you need to get an admittance in a school, college or a university or command any help in any kind of job, so don’t get tensed. Get ideas about your creation by using essays writing. I don’t comprehend that there is anything depraved in using writing services.

#6 By research papers (193.105.210.41) on 2011-11-29 09:44

In fact, high school students, who want to succeed try to find essay writing services of good standards.

#5 By buy papers online (193.105.210.41) on 2011-11-27 10:36

Make your own life more easy get the <a href="http://goodfinance-blog.com">loan</a> and all you want.

#4 By Francis24Maldonado (91.212.226.143) on 2011-11-15 17:32