หากจะพูดถึงเกมคอมพิวเตอร์ที่มีเนื้อหาที่ลึกซึ้ง กินใจ และทำให้ผู้เล่นคล้อยตามไปกับเนื้อเรื่องได้ เชื่อว่าหลายคนก็คงมีคำตอบของตัวเองที่แตกต่างกันไป

แต่เกมที่เราจะพูดถึงนี้ เป็นเกมที่นักวิจารณ์ทั่วโลกต่างก็ยกย่องให้เป็นที่หนึ่งในเกมที่มีพล๊อตเรื่องที่ดีที่สุด จนได้รับรางวัล Best Story Award จาก GameSpot ในปี 2011 นอกจากนั้นยังได้รับคำชมจากสำนักวิจารณ์เกมอีกหลายสถาบัน

To The Moon เป็นเกมอินดี้จากบริษัท Freebird Games เขียนบทและกำกับโดย Kan “Reives” Gao เอนจิ้นที่ใช้ในการสร้างเกมนั้นจะมาจากโปรแกรมRPG Maker XP ซึ่งเป็นฟรีแวร์สร้างเกมแบบสำเร็จรูป และแม้ว่าภาพในเกมจะเป็นเพียงภาพสองมิติ 16Bit เหมือนกับเกมในยุคซูเปอร์ฟามิคอม แต่ก็รังสรรค์ฉากต่างๆ ได้อย่างงดงามไม่แพ้เกมยุคใหม่

 

โลกในยุคอนาคต ได้มีเทคโนโลยีในการจัดการกับความฝันของมนุษย์และเขียนความทรงจำใหม่ให้กับผู้ป่วยที่มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เพื่อทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของคนๆ นั้นกลายเป็นความจริง ก่อนที่จะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ

ดร. เอวา โรซาลีน และดร.เนลล์ วัตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความฝันจากบริษัท Sigmund Corp. ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า ลูกค้ารายหนึ่งของพวกเขากำลังอยู่ในอาการโคม่า ไม่ได้สติ และกำลังใกล้ถึงแก่ความตาย ลูกค้าผู้นั้นคือ จอห์นนี่ วิลเลส ชายชราวัยใกล้ฝั่ง เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันใกล้กับประภาคารอันเก่าแก่ ที่มีแม่บ้านลิลลี่และลูกๆ ของเธอเป็นผู้ดูแล ตลอดเวลาสองปีที่เขาว่าจ้างเธอให้มาทำงานนี้ จอห์นนี่แทบจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับตัวเองเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องครอบครัว แต่มีสิ่งหนึ่งที่จอห์นนี่ปรารถนามาตลอด นั่นคือความฝันที่จะ “ไปยังดวงจันทร์”

มันควรจะเป็นงานที่ง่ายในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความฝัน แต่พวกเขากลับพบอุปสรรคสำคัญ เมื่อจอห์นนี่กลับนึกไม่ออกว่าทำไมตัวเขาถึงอยากที่จะไปดวงจันทร์กันแน่

นั่นคือโจทย์ที่ดร.เอวา และเนลล์ จะต้องไขปริศนาถึงแรงบันดาลใจที่ถูกลืมเลือนไปของจอห์นนี่ โดยการดำดิ่งลงสู่ความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสุข ความทุกข์ และความปรารถนา เพื่อตามหาเงื่อนขำต่างๆ และทำความฝันของจอห์นนี่ให้เป็นจริงให้ได้

 

ในเกม เราจะได้เล่นเป็นตัวละครหลักอย่างดร.เอวา หรืออาจจะเป็นดร.เนลล์ ตามแต่สถานการณ์ภายในเกม ซึ่งจะเริ่มจากการดำดิ่งเข้าสู่ความทรงจำชั้นที่ชัดเจนที่สุดของจอห์นนี่ นั่นคือช่วงเวลาที่ใกล้เคียงเวลาปัจจุบันที่สุด

จากนั้นก็ต้องเดินสำรวจหาเศษชิ้นส่วนความทรงจำหรือ Memory Link จากสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในช่วงความทรงจำนั้นๆ และใช้มันในการประกอบเข้ากับMemento ให้กลายเป็นความทรงจำที่สมบูรณ์ จึงจะสามารถเข้าไปสู่ความทรงจำในชั้นที่ลึกกว่าเดิมได้ ซึ่งผู้เล่นจะต้องดำลงไปให้ลึกที่สุด เพื่อค้นหาว่าแรงบันดาลใจในความฝันของเขานั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่

ในแต่ละชั้นของความทรงจำ ผู้เล่นจะได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ในแต่ละช่วงชีวิตของจอห์นนี่ ตั้งแต่วัยชราย้อนกลับสู่วัยเด็ก รู้จักผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา และเข้าใจแง่มุมความรู้สึกนึกคิดของจอห์นนี่ที่มีต่อบุคคลเหล่านั้น ที่จะมีผลไปสู่การแก้ไขความฝันของจอห์นนี่ให้เป็นไปตามที่เขาต้องการจะเป็นนั่นเอง

 

To The Moon มีจุดเด่นในด้านกลวิธีในการเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาด มีการวางเงื่อนงำ ให้ผู้เล่นได้รู้สึกสงสัยและต้องการจะค้นหาคำตอบอยู่ตลอดทั้งเกม มีมิติของตัวละครต่างๆ ที่น่าสนใจผ่านบทบรรยายที่ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกผูกพันกับตัวละครนั้นๆ โดยไม่รู้ตัว จนนำไปถึงบทสรุปสุดท้ายที่จะทำให้ผู้เล่นต้องรู้สึกทึ่ง และอินไปกับเรื่องราวในเกมอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ระบบในเกมนั้น แม้จะเรียกว่าเกม แต่ก็ไม่ได้มีความยุ่งยากในแง่ของความเป็นเกมเข้ามาเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด ตลอดทั้งเกมก็จะมีปริศนาให้ผู้เล่นได้ขบคิดอยู่เป็นระยะ แต่ก็เป็นมินิเกมแบบง่ายๆ ที่ไม่ทำให้ผู้เล่นติดอยู่กับมันนานๆ จนรู้สึกหัวเสีย และแม้ว่าผู้เล่นจะไม่สามารถแก้ปริศนาบางอย่างได้ เกมก็ยังสามารถเดินต่อไปโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะผู้สร้างเกมนั้นต้องการให้คนเล่นได้เข้าถึงเนื้อหาของเกมมากกว่าจะพะวงอยู่กับGame Play หรือการเลือกคำตอบ

แม้ว่าเนื้อหาภายในเกมจะมีความลึกซึ้งมากแค่ไหน ผู้สร้างก็ยังหยอดมุกตลกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้เล่นอยู่เรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีกิมมิคที่มีลูกเล่นกับฉากมากมาย เช่นตัวละครในความทรงจำของจอห์นนี่โดยเฉพาะคนที่เขาให้ความสำคัญนั้น จะเห็นรายละเอียดได้อย่างเด่นชัด แต่บุคคลที่เขาให้ความสำคัญน้อยลงไปก็จะมีรายละเอียดที่น้อยลงไป จนถึงตัวละครประกอบฉากทั้งหลายก็จะกลายเป็นเพียงแค่เงารูปร่างคนเท่านั้น

นอกจากนั้น ยิ่งเราดำดิ่งเข้าสู่ความทรงจำที่ลึกมากเท่าไหร่ องค์ประกอบฉากต่างๆ ก็ยิ่งน้อยลงและขาดสีสันลงไปเรื่อยๆ สื่อถึงความทรงจำที่เก่าแก่และขาดหายเนื่องจากผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานนั่นเอง

ด้านดนตรีประกอบนั้นก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ซึ่งสไตล์ดนตรีภายในเกมนั้นจะเป็นดนตรีบรรเลงจากเปียโนเป็นหลัก มีทั้งความสดใส ความเศร้า เข้ากับเหตุการณ์ต่างๆ ภายในเกมได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นก็ยังได้ Laura Shigihara นักร้อง-นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงจากเกม Plant VS Zombies มาร่วมงานกับเพลง Everything Alright อีกด้วย

 

สิ่งแรกที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนหลังจากได้สัมผัส To The Moon มันเหมือนกับการถูกตบหน้าอย่างแรงจากผู้สร้าง จนทัศนคตินิยมเสพย์กราฟฟิคอย่างผู้เขียนต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่น่าเชื่อว่าเกมที่ใช้กราฟฟิคโบราณจะเข้ากันกับเนื้อหาและเทคนิคการสื่อความหมายต่างๆ ของเกมได้มากขนาดนี้...

To The Moon เป็นเกมที่ทำให้ผู้เขียนสามารถร้องไห้ได้ หลังจากที่ไม่เคยร้องไห้ให้กับเกมใดๆ มาเป็นสิบปี โดยเฉพาะไคลแมกซ์ของเกม ที่ทำให้ผู้เล่นต้องอุทานออกมาเบาๆ ในตอนที่ปริศนาทั้งหมดค่อยๆ คลี่คลาย น้ำตาของคุณก็จะไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน ถ้าหากจะให้ผู้เขียนให้คะแนนเกมนี้ ก็เกรงว่าจะไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเลขได้

ผู้เขียนแนะนำได้เพียงให้คนที่ยังไม่เคยเล่นหรืออยากจะลองเล่น ได้สัมผัสกับมันดูซักครั้ง เพียงช่วงเวลา4-5ชั่วโมงของเกม จะเสมือนกับคุณได้เสพย์งานประพันธ์ชิ้นเอกของโลกที่ผู้สร้างบรรจงใส่ทุกรายละเอียดเพื่อให้งานชิ้นนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด อย่างที่แคสเกมเมอร์ชื่อดัง PewDiePie ได้ให้คำนิยามกับTo The Moon ด้วยประโยคสั้นๆ ว่า “Absolutely fantastic game”

 

................................................

 

***ตั้งแต่ส่วนนี้ไปจะเป็นการสรุปเนื้อเรื่องของเกมรวมถึงบทวิเคราะห์ต่างๆ ซึ่งจะมีการสปอยอย่างเต็มรูปแบบ หากท่านยังไม่ได้เล่นเกม แนะนำอย่างยิ่งให้ข้ามเนื้อหาในส่วนนี้ไปก่อน***

 

สิ่งที่ทำให้ดร.นิลล์ วัตต์ต้องหักพวงมาลัยรถและเสียหลักเข้าพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทางก็คือแมวสีน้ำตาลตัวหนึ่ง อนิจจาที่มันถูกรถทับซะจนแบนติดพื้นถนน แม้ว่าดร.เอวาจะหัวเสียกับการขับรถที่ไม่ได้เรื่องของผู้ช่วยเธอ แต่ตอนนี้ทั้งสองคนก็มาถึงบ้านของเป้าหมายงานในครั้งนี้แล้ว บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันติดกับทะเล ที่นั่นคือบ้านของจอห์นนี่ วิลเลส ชายชราผู้ไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงแม่บ้านลิลลี่กับลูกเล็กๆ สองคนของเธอเท่านั้นที่คอยดูแลบ้านหลังนี้ และในตอนนี้เขาก็กำลังป่วยหนักขั้นโคม่า จนนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ซึ่งตามสัญญาที่จอห์นนี่ทำไว้ก่อนที่จะป่วยนั้น เขาต้องการให้บริษัทใช้เทคโนโลยีจัดการความทรงจำอันล้ำสมัย ทำให้เขาได้มีความฝันที่กลายเป็นจริงในวาระสุดท้ายของชีวิต นั่นคือความฝันที่จะบินไปสู่ดวงจันทร์...

ชีวิตของจอห์นนี่จะอยู่ได้เพียง1-2วันหลังจากนี้ ดังนั้นสำหรับเอวากับวัตต์แล้ว มันจึงเป็นงานที่ต้องแข่งกับเวลาเป็นอย่างมาก กระนั้นก่อนที่จะดำดิ่งเข้าสู่ความฝัน พวกเขาจะต้องสืบค้นข้อมูลต่างๆ ในเบื้องต้นเกี่ยวกับจอห์นนี่เสียก่อน

จากการสอบถามแม่บ้านลิลลี่ เอวาได้ทราบว่าจอห์นนี่เป็นคนที่พูดน้อยและไม่เคยเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเขาให้ใครฟังเลย แต่การเล่นสนุกของลูกๆ ของเธอก็ทำให้ค้นเจอกุญแจของห้องลับใต้ดิน และภายในห้องนั้นเอวาก็ต้องตกใจที่ข้างในเต็มไปด้วยกระต่ายสีเหลืองอ่อนที่พับจากกระดาษ เรียงรายอยู่ภายในห้อง นอกจากนั้นก็ยังพบกับกล่องดนตรีที่พังแล้ว กับตุ๊กตาตุ่นปากเป็ดเก่าๆ ที่ดูเหมือนจะได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ทั้งหมดนี้เป็นสมบัติที่จอห์นนี่หวงแหนถึงขนาดเก็บซ่อนเอาไว้ในห้องลับ แต่ในตอนนี้เอวานั้นไม่อาจเข้าใจถึงที่มาและความหมายของสิ่งของต่างๆ เหล่านี้ได้

นอกจากนี้ หากมองจากนอกบ้านก็จะเห็นประภาคารเก่าแก่ตั้งอยู่ที่ขอบหน้าผา ซึ่งที่นั่นเองก็เต็มไปด้วยกระต่ายที่ทำจากกระดาษเช่นเดียวกัน แต่เอวาสังเกตว่ามีกระต่ายตัวหนึ่งที่แตกต่างจากตัวอื่นๆ ส่วนตัวของมันทำจากกระดาษสีเหลืองไม่ต่างกัน มีเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่ทำจากกระดาษสีฟ้า ในขณะที่เอวาเก็บข้อมูลของสิ่งของต่างๆ ที่อาจจะเชื่อมโยงถึงความทรงจำของจอห์นนี่ ผู้ช่วยของเธอก็ตรียมการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว...

เอวาและนิลล์ ได้เข้าสู่ความทรงจำชั้นที่ตื้นที่สุดของจอห์นนี่ และพบกับเขาในสภาพก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ขณะที่ยังไม่ล้มป่วย เพื่อตั้งคำถามกับเจ้าตัวว่าทำไมจอห์นนี่ถึงอยากไปดวงจันทร์ แต่ทว่า... จอห์นนี่กลับลืมเลือนเหตุผลนั้นไปเสียแล้ว เขารู้แต่เพียงแค่ว่าจิตใต้สำนึกของตัวเองต้องการแบบนั้น

ในเมื่อเจ้าตัวไม่สามารถตอบได้ว่าแรงบันดาลใจนั้นได้มาอย่างไร เอวากับนิลล์จึงจำเป็นต้องดำลึกเข้าสู่ความทรงจำในอดีตของจอห์นนี่มากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะได้พบสิ่งที่ต้องการ

พวกเขาได้ย้อนความทรงจำกลับมาพบกับจอห์นนี่ที่กำลังกางร่มให้กับสุสานของใครบางคน ใกล้กับประภาคาร ที่นั่นคือสุสานของ “ริเวอร์” ภรรยาของจอห์นนี่ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ บางทีนี่อาจจะเป็นเงื่อนงำสำคัญก็เป็นได้

 

ริเวอร์ คือภรรยาของจอห์นนี่ ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่มัธยมต้น ริเวอร์นั้นมีพฤติกรรมบางอย่างที่แปลกไปจากคนทั่วไป ที่เรียกว่าแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม (Asperger's Syndrome) ซึ่งเป็นอาการบกพร่องในการปฏิสัมพันธ์กับส